ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ | เมืองเสน่ห์ของเวียดนาม
ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ ดานังและฮอยอัน นั้นเป็นสองเมืองในเวียดนามที่ผสมผสานเสน่ห์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ดานัง เมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสะพานมังกรอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่มีเสน่ห์แห่งความเก่าแก่และความงดงามของโคมไฟยามค่ำคืน และไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดอย่างบานาฮิลล์ แหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขาที่ทำให้คุณได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของวิวทิวทัศน์และอากาศเย็นสบาย ทุกมุมของการเดินทางนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่คุณจะไม่มีวันลืม
.
ที่ตั้งของเมืองดานัง🇻🇳
เมืองดานังตั้งอยู่ในภาคกลางของเวียดนาม ติดกับชายฝั่งทะเลจีนใต้ โดยมีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างกรุงฮานอยทางตอนเหนือและนครโฮจิมินห์ทางตอนใต้ ดานังอยู่ห่างจากเมืองเก่าฮอยอันเพียงประมาณ 30 กิโลเมตร และใกล้กับแหล่งมรดกโลกหลายแห่ง เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ Mỹ Sơn และอุทยานแห่งชาติฟองญาเคบัง ด้วยที่ตั้งติดทะเลและล้อมรอบด้วยภูเขา เมืองนี้จึงกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของการเดินทางและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในภาคกลางของประเทศ

.
เมืองดานัง (Da Nang) เป็นหนึ่งในเมืองที่มีสถานะเป็น “เทศบาลนคร” (Municipality) ของเวียดนาม ซึ่งอยู่ในระดับการปกครองเดียวกับจังหวัด เมืองดานังแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 7 เขต (Districts) โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. เขตหายเจ๋อ (Hai Chau) เขตศูนย์กลางของเมือง มีทั้งศูนย์ราชการ ธุรกิจ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
2. เขตถั่นเค (Thanh Khe) เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่นและเป็นศูนย์กลางการคมนาคม
3. เขตเซินเจิ่ย (Son Tra) พื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น คาบสมุทรเซินเจิ่ยและวัดหลินห์อึ๋ง
4. เขตหงูหั่ญเซิน (Ngu Hanh Son) มีชื่อเสียงเรื่องภูเขาหินอ่อนและงานแกะสลักหิน
5. เขตเลียนเจียว (Lien Chieu) พื้นที่ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการขนส่ง
6. เขตเก่ามเล (Cam Le) พื้นที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบและกำลังเติบโต
7. อำเภอฮวาแวง (Hoa Vang) พื้นที่ชนบทที่กว้างใหญ่ซึ่งรวมถึงแหล่งธรรมชาติและภูเขารวมถึงเป็นที่ตั้งขอบานาฮิลล์สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
.
ประวัติเมืองดานัง🇻🇳
เมืองดานัง ตั้งอยู่ในภาคกลางของเวียดนาม มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและหลากหลาย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจามปา (Champa) ซึ่งมีอิทธิพลในภูมิภาคตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ถึงศตวรรษที่ 15 อาณาจักรจามปาเป็นที่รู้จักจากวัฒนธรรมที่รุ่งเรือง และศิลปะการแกะสลักหินที่ยังคงปรากฏในบริเวณใกล้เคียง เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ Mỹ Sơn ซึ่งเป็นมรดกโลก ปัจจุบันชื่อดานังมีที่มาจากคำในภาษา Cham “da nak” ซึ่งหมายถึง “แม่น้ำใหญ่” แสดงถึงความสำคัญของที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของเมืองนี้ในอดีต

.
ในช่วงศตวรรษที่ 16 ดานังเริ่มเป็นเมืองท่าที่สำคัญในการค้าขายระหว่างเวียดนามและประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และชาติตะวันตก ในศตวรรษที่ 19 ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหงียน เมืองนี้กลายเป็นหนึ่งในท่าเรือที่สำคัญที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในปี 1858 ดานังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรุกรานของฝรั่งเศสในเวียดนาม การเข้ามาของอาณานิคมฝรั่งเศสทำให้ดานังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบตะวันตก แต่ก็นำมาซึ่งความสูญเสียด้านอิสรภาพและวัฒนธรรมพื้นเมือง
ในช่วงสงครามเวียดนาม ดานังมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ และเป็นจุดเชื่อมต่อหลักสำหรับปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค ท่าเรือดานังและสนามบินดานังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม สงครามได้สร้างความเสียหายต่อเมืองและประชากรอย่างมาก หลังสงครามในปี 1975 ดานังได้ฟื้นฟูตนเองจนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของเวียดนามในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์
.
ประวัติศาสตร์ของเมืองฮอยอัน🇻🇳
เมืองฮอยอัน (Hoi An) ตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างนาม (Quang Nam) ของเวียดนาม และเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี เดิมที ฮอยอันเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจามปา (Champa) ซึ่งเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 จนถึงศตวรรษที่ 15 ในยุคนั้น ฮอยอันเป็นศูนย์กลางการค้าและการเดินเรือที่สำคัญ มีชาวจามพัฒนาศิลปวัฒนธรรมและศาสนสถาน เช่น Mỹ Sơn ที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ฮอยอันยังมีชื่อเดิมว่า “ไฝโฟ” (Faifo) ซึ่งหมายถึงศูนย์กลางการค้าทางทะเล
ในช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 ฮอยอันกลายเป็นท่าเรือการค้าสากลที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพ่อค้าและนักเดินเรือจากจีน ญี่ปุ่น โปรตุเกส และฮอลันดาเข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐาน ฮอยอันรุ่งเรืองในฐานะเมืองท่าที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่สร้างสะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองในปัจจุบัน เมืองยังเป็นศูนย์กลางการค้าสำหรับเครื่องเทศ ผ้าไหม และสินค้าหรูหราต่าง ๆ ที่ถูกส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

.
การพัฒนาเศรษฐกิจของฮอยอันเริ่มถดถอยในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อแม่น้ำทูโบน (Thu Bon) เริ่มตื้นเขิน ทำให้การเดินเรือและการค้าขายยากขึ้น เมืองท่าดานังจึงเริ่มมีบทบาทแทนที่ฮอยอัน อย่างไรก็ตาม เมืองฮอยอันกลับได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเนื่องจากการพัฒนาในยุคหลังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเมืองแบบดั้งเดิมมากนัก ทำให้ฮอยอันยังคงรักษาสภาพเมืองเก่าที่สวยงามไว้ได้
ในปี 1999 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เมืองเก่าฮอยอันเป็นมรดกโลก เนื่องจากเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของเมืองท่าในเอเชียที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่าง ๆ การผสมผสานของสถาปัตยกรรมจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ทำให้ฮอยอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาชมโคมไฟที่ประดับประดาในเมือง ย่านการค้าดั้งเดิม และแม่น้ำทูโบนที่ยังคงเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ได้อย่างงดงาม
.
บานาฮิลล์ คือสถานที่อะไรทำไมถึงมีผู้คนพูดถึงเป็นจำนวนมาก
บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอฮวาแวง เมืองดานัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวบนภูเขาที่มีประวัติการก่อตั้งย้อนไปถึงปี ค.ศ. 1919 ในยุคอาณานิคมฝรั่งเศส โดยชาวฝรั่งเศสได้พัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นสถานที่พักตากอากาศบนภูเขาสูง ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดปีและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าไม้และทะเล พวกเขาสร้างบ้านพักและโรงแรมจำนวนมาก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยในยุคนั้นเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าหน้าที่และชนชั้นสูงฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม หลังจากสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวียดนาม บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่ระยะหนึ่ง

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 รัฐบาลเวียดนามและบริษัทเอกชนได้ร่วมกันพัฒนาบานาฮิลล์ให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอีกครั้ง โดยมีการลงทุนสร้างกระเช้าลอยฟ้าซึ่งถือเป็นกระเช้าที่มีความยาวและสูงที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น รวมถึงการสร้างรีสอร์ทและสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น สวนดอกไม้, หมู่บ้านฝรั่งเศสจำลอง, และสะพานทอง (Golden Bridge) ที่กลายเป็นไอคอนของสถานที่ นับตั้งแต่นั้นมา บานาฮิลล์ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก และกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเวียดนามที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติและการออกแบบที่สร้างสรรค์
.
ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด
ที่เที่ยวห้ามพลาดเมืองดานัง
.
1. สะพานมังกร (Dragon Bridge)
สะพานมังกร (Dragon Bridge) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำฮานในเมืองดานังที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดดเด่นด้วยการออกแบบเป็นรูปทรงมังกรสีทอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเวียดนาม สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 2013 มีความยาว 666 เมตร และกว้าง 37.5 เมตร พร้อมกับเลนจราจรทั้งหมด 6 เลน นอกจากเป็นเส้นทางการคมนาคมหลักแล้ว สะพานมังกรยังเป็นจุดชมวิวสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่สะพานจะประดับด้วยไฟ LED สุดอลังการที่เปลี่ยนสีไปมาอย่างสวยงาม กลายเป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมของเมืองดานัง

.
จุดเด่นที่ทำให้สะพานมังกรแตกต่างจากสะพานทั่วไปคือการแสดง “มังกรพ่นไฟและพ่นน้ำ” ซึ่งจัดขึ้นทุกคืนวันเสาร์และอาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 21:00 น. การแสดงนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นจำนวนมาก นอกจากนี้ ใกล้สะพานยังมีพื้นที่สำหรับเดินเล่น ชมวิว หรือถ่ายภาพ รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ริมแม่น้ำฮานที่เพิ่มความเพลิดเพลินให้กับการท่องเที่ยว
การเดินทาง : สะพานมังกรตั้งอยู่ใจกลางเมืองดานัง สามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือรถบัส หากพักอยู่ใกล้แม่น้ำฮาน สามารถเดินเท้ามาชมสะพานได้สะดวก
เวลาเปิด-ปิด : สะพานเปิดให้สัญจรตลอด 24 ชั่วโมง การแสดงมังกรพ่นไฟและพ่นน้ำจัดขึ้นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 21:00 น.
.
2. หาดหมีเคว (My Khe Beach)
หาดหมีเคว (My Khe Beach) เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองดานัง และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก หาดแห่งนี้ทอดยาวประมาณ 9 กิโลเมตร พร้อมด้วยทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด และคลื่นที่ไม่แรงมาก ทำให้เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำและพักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามในยามเช้า นอกจากนี้ หาดหมีเควยังมีการดูแลรักษาความสะอาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ศาลาที่นั่งพัก ห้องน้ำ และร้านค้าใกล้ชายหาด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

.
หาดแห่งนี้ยังเป็นจุดยอดนิยมสำหรับกิจกรรมกีฬาทางน้ำ เช่น เจ็ตสกี พายเรือคายัค และเล่นกระดานโต้คลื่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวยังสามารถลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่จากร้านอาหารริมชายหาด ซึ่งมีทั้งอาหารท้องถิ่นและอาหารนานาชาติ ด้วยความสวยงามและบรรยากาศที่หลากหลาย หาดหมีเควจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางที่ต้องการผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ
การเดินทาง : หาดหมีเควตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองดานังเพียง 6 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือจักรยาน หากพักอยู่ในตัวเมืองดานัง สามารถใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีในการเดินทางมายังชายหาดแห่งนี้
เวลาเปิด-ปิด : หาดหมีเควเปิดให้เข้าชมและทำกิจกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่แนะนำให้มาในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดแรงในตอนกลางวัน
.
3. หาดน็อนเนือก (Non Nuoc Beach)
หาดน็อนเนือก (Non Nuoc Beach) เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยงามและเงียบสงบของเมืองดานัง โดยตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาหินอ่อน (Marble Mountains) หาดแห่งนี้มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตรและได้รับการยอมรับจากยูเนสโกว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก จุดเด่นของหาดน็อนเนือกคือทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด และคลื่นทะเลที่สงบ ทำให้เหมาะสำหรับการว่ายน้ำและพักผ่อน นอกจากนี้ บรรยากาศโดยรอบยังร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตลอดแนวชายหาด เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถหลีกหนีความวุ่นวายและสัมผัสความสงบสุขได้อย่างแท้จริง
นอกจากความสวยงามของธรรมชาติ หาดน็อนเนือกยังมีชื่อเสียงในเรื่องกิจกรรมกีฬาทางน้ำ เช่น วินด์เซิร์ฟ พายเรือ และตกปลา รวมถึงการดำน้ำชมปะการังใกล้ชายฝั่ง อีกทั้งยังมีรีสอร์ทหรูและร้านอาหารทะเลสด ๆ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขาหินอ่อน นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและศาสนาในบริเวณใกล้เคียง เช่น วัดถ้ำและหมู่บ้านหินแกะสลักที่มีชื่อเสียง

.
การเดินทาง : หาดน็อนเนือกตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 8 กิโลเมตร และสามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือรถประจำทาง โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีจากใจกลางเมือง
เวลาเปิด-ปิด : หาดน็อนเนือกเปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพักผ่อนคือในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนในตอนกลางวัน
.
4. เขาหินอ่อน (Marble Mountains)
เขาหินอ่อน (Marble Mountains) เป็นกลุ่มภูเขาหินปูนที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองดานัง โดยประกอบด้วยภูเขา 5 ลูก ซึ่งตั้งชื่อตามธาตุทั้งห้าในปรัชญาจีน ได้แก่ ธาตุไฟ น้ำ ไม้ โลหะ และดิน จุดเด่นของเขาหินอ่อนคือความงดงามของถ้ำหินปูน วัดโบราณ และงานแกะสลักหินที่มีความละเอียดอ่อน นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจถ้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เช่น ถ้ำ Huyen Khong และถ้ำ Tang Chon ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปและมีความเงียบสงบ เหมาะแก่การไหว้พระและชมวิวธรรมชาติ
บริเวณเชิงเขายังมีหมู่บ้านหินแกะสลักที่มีชื่อเสียง ซึ่งช่างฝีมือท้องถิ่นได้ผลิตงานศิลปะจากหินอ่อน เช่น รูปปั้น พระพุทธรูป และของตกแต่งบ้าน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของฝากที่ทำจากหินอ่อนคุณภาพดี นอกจากนี้ จุดชมวิวบนยอดเขา Thuy Son (ธาตุน้ำ) ยังมอบทัศนียภาพที่งดงามของทะเล แม่น้ำ และเมืองดานังที่อยู่ไกลออกไป การขึ้นยอดเขาสามารถเดินหรือใช้ลิฟต์แก้วที่ติดตั้งเพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว

.
การเดินทาง : เขาหินอ่อนตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองดานังประมาณ 9 กิโลเมตร สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือรถบัส โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
เวลาเปิด-ปิด : เขาหินอ่อนเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 17:30 น.
.
5. วัดหลินห์อึ๋ง (Linh Ung Pagoda)
วัดหลินห์อึ๋ง (Linh Ung Pagoda) เป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญและงดงามที่สุดในเมืองดานัง ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเซินเจิ่ย (Son Tra Peninsula) และหันหน้าสู่ทะเลจีนใต้ วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ซึ่งสูงถึง 67 เมตรและตั้งอยู่บนฐานดอกบัวสูง 35 เมตร พระพุทธรูปนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบสุขและการปกป้องชาวเมืองจากภัยธรรมชาติ จากวัดสามารถชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของชายฝั่ง ทะเล และเมืองดานัง โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ให้บรรยากาศสุดพิเศษ
ตัววัดได้รับการออกแบบในสถาปัตยกรรมแบบเวียดนามดั้งเดิม ผสมผสานกับความประณีตของศิลปะแบบร่วมสมัย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมลานวัด ศาลา และสวนต้นไม้ที่มีความสงบและร่มรื่น อีกทั้งยังมีเจดีย์ ศาลเจ้าต่าง ๆ และรูปปั้นพุทธศาสนาในหลากหลายรูปแบบ นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัดหลินห์อึ๋งยังเป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรมและงานพิธีสำคัญของชาวพุทธในเวียดนาม ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศทั้งศักดิ์สิทธิ์และสงบสุข

.
การเดินทาง : วัดหลินห์อึ๋งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองดานังประมาณ 10 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือรถส่วนตัว โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เวลาเปิด-ปิด : วัดหลินห์อึ๋งเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 น. ถึง 18:00 น.
6. พิพิธภัณฑ์จามปา (Cham Museum)
พิพิธภัณฑ์จามปา (Cham Museum) หรือชื่อเต็มว่า พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามปา (Museum of Cham Sculpture) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณของอาณาจักรจามปา ซึ่งเคยรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ถึงศตวรรษที่ 15 พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1915 โดยความร่วมมือของชาวฝรั่งเศสในยุคอาณานิคม ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบจามและยุโรป ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ เช่น รูปปั้นเทพเจ้า เสาประติมากรรม และชิ้นส่วนจากวิหารโบราณที่มีอายุมากกว่าพันปี นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ และศิลปะที่หลากหลายของชาวจามผ่านคอลเลกชันที่หายากและทรงคุณค่า
พิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นหลายห้องตามภูมิภาคที่ค้นพบโบราณวัตถุ เช่น ห้อง Quang Nam, My Son, Tra Kieu และ Dong Duong ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใจถึงความหลากหลายของศิลปะจามปาในแต่ละพื้นที่ วัตถุที่โดดเด่นได้แก่ รูปปั้นพระศิวะ พระวิษณุ พระอุมาผู้เป็นเทพี และลวดลายแกะสลักอันละเอียดอ่อนที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปะจามปา บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์สงบและเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และศิลปะโบราณ

.
การเดินทาง : พิพิธภัณฑ์จามปาตั้งอยู่ในใจกลางเมืองดานัง บริเวณริมแม่น้ำฮาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่เดินเท้าจากสถานที่พักในตัวเมือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 นาที
เวลาเปิด-ปิด : พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 17:30 น.
.
7. ตลาดฮาน (Han Market)
ตลาดฮาน (Han Market) เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในเมืองดานัง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับแม่น้ำฮาน ตลาดแห่งนี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1940 และเป็นศูนย์กลางของการค้าขายสินค้าในท้องถิ่น ภายในตลาดมีร้านค้ามากกว่า 600 ร้านที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่อาหารสด ผลไม้ อาหารทะเลแห้ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึงของฝากและงานหัตถกรรมต่าง ๆ สินค้าที่ขึ้นชื่อของตลาดฮานคือกาแฟเวียดนาม เครื่องเทศ และขนมพื้นเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวมักซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ตลาดฮานเป็นแหล่งที่เหมาะสำหรับการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและทดลองอาหารเวียดนามแท้ ๆ เช่น เฝอ (Phở) บั๋นหมี่ (Banh Mi) และของหวานต่าง ๆ นอกจากนี้ ตลาดยังมีสินค้าราคาย่อมเยาและสามารถต่อรองราคาได้ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักช้อป บรรยากาศของตลาดคึกคักและเต็มไปด้วยสีสันของสินค้าหลากหลายชนิด พร้อมกับความเป็นกันเองของพ่อค้าแม่ค้า เป็นสถานที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและเก็บภาพความทรงจำในเมืองดานังได้อย่างลงตัว

.
การเดินทาง : ตลาดฮานตั้งอยู่ในใจกลางเมืองดานัง บนถนน Tran Phu และอยู่ใกล้กับแม่น้ำฮาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่เดินเท้าจากโรงแรมในตัวเมือง
เวลาเปิด-ปิด : ตลาดฮานเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05:00 น. ถึง 19:00 น.
.
8. สะพานรัก (Love Bridge)
สะพานรัก (Love Bridge) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮานในเมืองดานัง เป็นสะพานคนเดินที่มีชื่อเสียงและโรแมนติกที่สุดในเมือง โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่น่าประทับใจ โดยมีเสาไฟประดับรูปหัวใจเรียงรายตลอดแนวสะพาน สะพานนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “สะพานรัก” ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งคู่รักสามารถนำแม่กุญแจมาคล้องไว้บนราวสะพานเพื่อแสดงถึงความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับคู่รักแล้ว สะพานรักยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ระลึก โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงไฟจากสะพานสะท้อนกับแม่น้ำฮานให้บรรยากาศที่โรแมนติกยิ่งขึ้น
นอกจากการชมวิวและคล้องแม่กุญแจ สะพานรักยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามของสะพานมังกรและแม่น้ำฮานในบริเวณใกล้เคียง คุณสามารถนั่งพักผ่อนบนสะพานหรือเดินเล่นเพื่อสัมผัสลมเย็นจากแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ใกล้สะพานที่ให้บริการอาหารเวียดนามและเครื่องดื่มหลากหลาย เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนหลังจากเดินชมบรรยากาศ สะพานรักเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองดานัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความโรแมนติกและความทรงจำพิเศษ

.
การเดินทาง : สะพานรักตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮาน ใกล้กับสะพานมังกรและตลาดกลางคืนดานัง สามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือเดินเท้าจากที่พักในตัวเมือง
เวลาเปิด-ปิด : สะพานรักเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง แต่แนะนำให้มาในช่วงเย็นถึงค่ำเพื่อชมแสงไฟและบรรยากาศที่โรแมนติกที่สุด
.
” เมืองดานังเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ สะพานมังกร ที่มีการแสดงพ่นไฟสุดตระการตา, หาดหมีเคว และ หาดน็อนเนือก ที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใส, เขาหินอ่อน พร้อมถ้ำและวัดโบราณที่งดงาม, และ วัดหลินห์อึ๋ง ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์จามปา ที่จัดแสดงโบราณวัตถุของอาณาจักรจาม, สะพานรัก สำหรับคู่รักที่ต้องการเก็บความทรงจำ และไม่ควรพลาดการเยี่ยมชม บานาฮิลล์ แหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขาที่รวมสถานที่น่าสนใจอย่าง สะพานทอง หมู่บ้านฝรั่งเศส และสวนสนุก Fantasy Park ทำให้ดานังเป็นเมืองที่ครบเครื่องสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ “
.
ที่เที่ยวห้ามพลาดบานาฮิลล์ (Ba Na Hills)🇻🇳
1. กระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ (Ba Na Hills Cable Car)
กระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ (Ba Na Hills Cable Car) เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนบานาฮิลล์ โดยได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีระยะทางยาวที่สุดและสูงที่สุดในโลกในขณะที่เปิดใช้งานครั้งแรก กระเช้าลอยฟ้านี้เชื่อมต่อจากฐานภูเขาขึ้นไปยังหมู่บ้านฝรั่งเศสและจุดท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ บนยอดเขา ระหว่างการเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าไม้เขียวขจี น้ำตก และทัศนียภาพของภูเขาที่ปกคลุมด้วยหมอก เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจไม่รู้ลืม
กระเช้าลอยฟ้าถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ทำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมากและมอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง เมื่อถึงจุดหมายปลายทางบนยอดเขา นักท่องเที่ยวจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour หมู่บ้านฝรั่งเศส สะพานทอง (Golden Bridge) และสวนสนุก Fantasy Park กระเช้าลอยฟ้านี้ไม่เพียงแต่เป็นวิธีการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยและประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอีกด้วย

.
การเดินทาง : กระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ตั้งอยู่ในเขตฮวาแวง (Hoa Vang) ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 25 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ด้วยรถแท็กซี่ รถเช่าส่วนตัว หรือรถทัวร์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที
เวลาเปิด-ปิด : กระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 22:00 น.
.
2. หมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village)
หมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village) เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ในบานาฮิลล์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อจำลองบรรยากาศของหมู่บ้านยุโรปในยุคกลาง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงดงามของอาคารหินสไตล์โกธิก โบสถ์ขนาดใหญ่ และจัตุรัสกลางเมืองที่ประดับด้วยน้ำพุและดอกไม้หลากสี บรรยากาศของหมู่บ้านถูกออกแบบให้คล้ายกับอยู่ในยุโรป ทั้งยังมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีเนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขา สถานที่นี้เหมาะสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่โรแมนติก
นอกจากสถาปัตยกรรมที่งดงาม หมู่บ้านฝรั่งเศสยังมีกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรมหรูที่ให้บริการนักท่องเที่ยว คุณสามารถลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสแบบต้นตำรับหรือเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีและการแสดงศิลปะที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัส นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของป่าไม้และภูเขารอบ ๆ บานาฮิลล์ หมู่บ้านฝรั่งเศสจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองและดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบยุโรปที่แสนพิเศษ

.
การเดินทาง : หมู่บ้านฝรั่งเศสสามารถเข้าถึงได้ด้วยกระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตฮวาแวง ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการเดินทางมายังกระเช้าลอยฟ้า และอีกประมาณ 15 นาทีในการขึ้นกระเช้าสู่หมู่บ้านฝรั่งเศส
เวลาเปิด-ปิด : หมู่บ้านฝรั่งเศสเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 22:00 น.
.
3. สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour
สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในบานาฮิลล์ สวนแห่งนี้ออกแบบให้เป็นสวนสไตล์ยุโรปที่แบ่งออกเป็น 9 โซนหลัก แต่ละโซนมีธีมและการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น สวนแห่งความรัก สวนแห่งความลับ และสวนแห่งความทรงจำ เป็นต้น สวนถูกประดับด้วยดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์และสีสันที่งดงามตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมดอกไม้ ชมทัศนียภาพที่สวยงาม และถ่ายภาพในบรรยากาศที่แสนโรแมนติก ท่ามกลางสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่มีฉากหลังเป็นภูเขาและป่าไม้เขียวขจี
สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาโดยรอบและทะเลที่อยู่ไกลออกไป นอกจากนี้ยังมีรูปปั้น น้ำพุ และทางเดินที่ตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดาร ทำให้สถานที่นี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย รวมถึงคู่รักที่มองหาสถานที่โรแมนติก สวนแห่งนี้ยังอยู่ใกล้กับวัด Linh Ung Pagoda และกระเช้าลอยฟ้า ทำให้การเดินชมแต่ละจุดในบานาฮิลล์เป็นไปอย่างสะดวกและต่อเนื่อง

.
การเดินทาง : สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour ตั้งอยู่ในพื้นที่บานาฮิลล์
เวลาเปิด-ปิด : สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 22:00 น.
.
4. สวนสนุก Fantasy Park
สวนสนุก Fantasy Park เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในบานาฮิลล์ ซึ่งได้รับการออกแบบภายใต้แรงบันดาลใจจากนิยายแฟนตาซีเรื่อง “Journey to the Center of the Earth” ของ Jules Verne และ “Twenty Thousand Leagues Under the Sea”สวนสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคารขนาดใหญ่บนยอดเขา โดยมีพื้นที่กว่า 21,000 ตารางเมตร ทำให้เป็นสวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย Fantasy Park มีเครื่องเล่นและกิจกรรมมากมายที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เช่น รถไฟเหาะ, โรงภาพยนตร์ 4D, กำแพงปีนเขา, และบ้านผีสิง ทั้งยังมีโซนเกมอาร์เคดและเครื่องเล่นเสมือนจริงที่ทันสมัย มอบประสบการณ์ที่สนุกสนานและท้าทายสำหรับผู้มาเยือน
ภายใน Fantasy Park ยังมีโซนอาหารและร้านขายของที่ระลึกที่ตกแต่งด้วยธีมแฟนตาซี นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการลิ้มรสอาหารนานาชาติ รวมถึงขนมหวานและเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน นอกจากนี้ สวนสนุกยังมีการจัดแสดงสดและการแสดงโชว์ที่สร้างความบันเทิงและดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดวัน Fantasy Park ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำหรับความสนุกสนาน แต่ยังเป็นจุดที่สร้างความทรงจำที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนที่มาเยือนบานาฮิลล์

.
การเดินทาง : สวนสนุก Fantasy Park ตั้งอยู่ในบานาฮิลล์
เวลาเปิด-ปิด : สวนสนุก Fantasy Park เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 19:00 น.
.
5. สะพานทอง (Golden Bridge)
สะพานทอง (Golden Bridge) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในบานาฮิลล์และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในโลก เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2018 สะพานนี้ออกแบบให้มีความยาว 150 เมตร และสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,400 เมตร โครงสร้างสะพานโดดเด่นด้วยสีทองอร่ามและการออกแบบที่เหมือนถูกยกขึ้นด้วยมือหินขนาดยักษ์สองข้าง ซึ่งเปรียบเสมือนมือของเทพเจ้าที่รองรับสะพานไว้ นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรม สะพานทองยังมอบวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขา ป่าไม้ และทะเลที่อยู่ไกลออกไป นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์บนสะพานแห่งนี้
สะพานทองได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการออกแบบที่แปลกใหม่และวิวที่น่าทึ่ง สะพานนี้กลายเป็นจุดถ่ายภาพที่ต้องไปเยือนเมื่อมาเที่ยวเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศเย็นสบายและแสงธรรมชาติช่วยเพิ่มความงดงามให้กับภาพถ่าย นอกจากนี้ สะพานยังเชื่อมต่อกับสวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในบานาฮิลล์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับสถานที่เหล่านี้ได้ในทริปเดียวกัน

.
การเดินทาง : สะพานทองตั้งอยู่ในพื้นที่บานาฮิลล์
เวลาเปิด-ปิด : สะพานทองเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 22:00 น.
.
6. พระพุทธรูปขนาดใหญ่บนยอดเขา
พระพุทธรูปขนาดใหญ่บนยอดเขาในบานาฮิลล์ (Big Buddha) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญและโดดเด่น ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม พระพุทธรูปองค์นี้มีความสูงประมาณ 27 เมตรและเป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขและความศรัทธา ตัวพระพุทธรูปสร้างจากหินอ่อนสีขาวและได้รับการออกแบบอย่างประณีตตามแบบฉบับของศิลปะพุทธศาสนาในเวียดนาม รอบ ๆ บริเวณพระพุทธรูปยังมีลานกว้างที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและนั่งพักผ่อนในบรรยากาศที่เงียบสงบ และยังสามารถสัมผัสกับอากาศเย็นสบายบนยอดเขาที่เป็นเอกลักษณ์ของบานาฮิลล์
พื้นที่รอบ ๆ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ยังตกแต่งด้วยสวนหย่อมที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส รวมถึงศาลาและทางเดินที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและการพักผ่อน นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ไม่เพียงแต่ได้เยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังได้ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามของภูเขาและป่ารอบ ๆ บริเวณ ทำให้พระพุทธรูปขนาดใหญ่บนยอดเขาเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญที่ต้องไม่พลาดเมื่อมาเยือนบานาฮิลล์

.
การเดินทาง : พระพุทธรูปขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่บานาฮิลล์
เวลาเปิด-ปิด : พระพุทธรูปขนาดใหญ่เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 22:00 น.
” บานาฮิลล์เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้เมืองดานัง ซึ่งผสมผสานธรรมชาติและสถาปัตยกรรมยุโรปเข้าด้วยกัน ไฮไลต์สำคัญได้แก่ กระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ ที่ได้รับการบันทึกสถิติโลก, สะพานทอง (Golden Bridge) ที่โดดเด่นด้วยมือหินยักษ์รองรับสะพาน, หมู่บ้านฝรั่งเศส ที่จำลองบรรยากาศยุโรปยุคกลาง, สวนดอกไม้ Le Jardin D’Amour ที่งดงามด้วยดอกไม้หลากสีสัน, และ สวนสนุก Fantasy Park ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นและกิจกรรมสนุกสนานสำหรับทุกวัย นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและป่าโดยรอบ ทำให้บานาฮิลล์เป็นจุดหมายปลายทางที่ครบครันทั้งความสวยงามและความบันเทิง “
ที่เที่ยวห้ามพลาดเมืองฮอยอัน🇻🇳
1. ย่านเมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Ancient Town)
ย่านเมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Ancient Town) เป็นมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโกในปี 1999 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีน ญี่ปุ่น และยุโรปอย่างลงตัว เมืองนี้เคยเป็นท่าเรือการค้าที่สำคัญในศตวรรษที่ 15-19 และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของอาคารโบราณ ถนนปูด้วยอิฐ และสะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในเมืองเก่าเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและย้อนยุค ชมร้านค้าเล็ก ๆ ที่ขายสินค้าพื้นเมือง เช่น ผ้าไหม งานหัตถกรรม และของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ย่านเมืองเก่ายังมีวัดโบราณ บ้านเก่าของพ่อค้าชาวจีน และโคมไฟที่ประดับตามถนน สร้างบรรยากาศโรแมนติก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่โคมไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมือง ฮอยอันยังมีตลาดกลางคืนที่คึกคัก เต็มไปด้วยอาหารเวียดนามแสนอร่อย เช่น บั๋นหมี่ (Banh Mi) และเฝอ (Pho) อีกทั้งยังมีโอกาสล่องเรือในแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) เพื่อชมความงามของเมืองจากมุมมองที่แตกต่าง ทำให้ย่านเมืองเก่าฮอยอันเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

.
การเดินทาง : ย่านเมืองเก่าฮอยอันตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างนาม ห่างจากเมืองดานังประมาณ 30 กิโลเมตร สามารถเดินทางมาได้โดยรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ หรือรถบัส ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจากตัวเมืองดานัง
เวลาเปิด-ปิด : ย่านเมืองเก่าเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:30 น. ถึง 22:00 น.
.
2. สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)
สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) หรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า “Chùa Cầu” เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญและสัญลักษณ์ของเมืองเก่าฮอยอัน สะพานนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยชุมชนพ่อค้าชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในฮอยอัน เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่การค้าของชาวญี่ปุ่นและชาวจีน สะพานมีความยาวประมาณ 18 เมตร ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเรียบง่ายและประณีตแบบญี่ปุ่น ตัวสะพานมีหลังคาคลุมเพื่อป้องกันฝนและแสงแดด และประดับด้วยลวดลายแกะสลักไม้ที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนและเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นสุนัขและลิงที่เชื่อว่าเป็นตัวแทนของปีที่เริ่มสร้างและเสร็จสิ้นของสะพาน
สะพานญี่ปุ่นไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีศาลเจ้าเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางสะพานเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าผู้ปกป้องนักเดินทางและชาวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามสะพานเพื่อสัมผัสบรรยากาศในอดีตและชมวิวของลำคลองที่ทอดผ่านด้านล่าง บรรยากาศยามค่ำคืนของสะพานญี่ปุ่นยังมีความโรแมนติกเป็นพิเศษ ด้วยแสงไฟจากโคมไฟที่ประดับประดา ทำให้สะพานนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือนฮอยอัน

.
การเดินทาง : สะพานญี่ปุ่นตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าฮอยอัน สามารถเดินเท้ามาได้อย่างสะดวกจากสถานที่พักในเมืองเก่า หรือใช้บริการรถแท็กซี่หรือจักรยานจากที่พักห่างออกไป
เวลาเปิด-ปิด : สะพานญี่ปุ่นเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 21:00 น.
.
3. บ้านโบราณตันกี (Tan Ky Ancient House)
บ้านโบราณตันกี (Tan Ky Ancient House) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฮอยอัน บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และได้รับการดูแลรักษาโดยตระกูลเดียวกันมานานกว่า 200 ปี ตัวบ้านมีการออกแบบที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมของจีน ญี่ปุ่น และเวียดนามเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยใช้ไม้แกะสลักอย่างวิจิตรประณีต ผนังและเพดานตกแต่งด้วยลวดลายที่แสดงถึงความมั่งคั่งและความเชื่อของเจ้าของบ้านในอดีต บ้านโบราณตันกีเป็นตัวอย่างที่ดีของบ้านพ่อค้าชาวเวียดนามในยุคที่ฮอยอันเป็นศูนย์กลางการค้า
ภายในบ้านแบ่งออกเป็นหลายห้องที่มีการจัดแสดงวัตถุโบราณและของใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเวียดนามในอดีต เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงาน และเครื่องเซรามิก นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นลานกลางบ้าน (courtyard) ที่ออกแบบเพื่อช่วยให้บ้านระบายอากาศได้ดีและเย็นสบาย ภาพเขียนและป้ายไม้ที่ประดับบ้านยังสะท้อนถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่น บ้านโบราณตันกีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของเวียดนาม และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตในอดีตของชาวฮอยอันได้อย่างใกล้ชิด



.
การเดินทาง : บ้านโบราณตันกีตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าฮอยอัน ใกล้กับสะพานญี่ปุ่น สามารถเดินเท้าหรือปั่นจักรยานจากโรงแรมในเมืองเก่าได้อย่างสะดวก
เวลาเปิด-ปิด : บ้านโบราณตันกีเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 น. ถึง 17:00 น.
.
4. วัดกวางตุ้ง (Cantonese Assembly Hall)
วัดกวางตุ้ง (Cantonese Assembly Hall) หรือ “Quang Trieu Assembly Hall” เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญในย่านเมืองเก่าฮอยอัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1885 โดยชุมชนชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้งที่อาศัยอยู่ในฮอยอัน วัดนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนที่หรูหราและรายละเอียดการตกแต่งที่งดงาม ประตูทางเข้าหลักของวัดสร้างจากหินอ่อนและไม้แกะสลักประณีต ตกแต่งด้วยลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความเจริญรุ่งเรือง ภายในมีแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ที่อุทิศให้กับเทพเจ้า Guan Yu (กวนอู) ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์และความกล้าหาญ
นอกจากความสำคัญทางศาสนา วัดกวางตุ้งยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความสามัคคีของชุมชนชาวจีนในอดีต บริเวณลานกลางวัดมีบ่อน้ำและสวนหย่อมขนาดเล็กที่ตกแต่งด้วยต้นไม้และดอกไม้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถชมภาพวาดและป้ายไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของวัดและชุมชนจีนในฮอยอัน นอกจากนี้ การจัดงานเทศกาลทางวัฒนธรรมจีน เช่น เทศกาลตรุษจีน ยังมีการจัดขึ้นที่นี่เป็นประจำ ทำให้วัดกวางตุ้งเป็นทั้งสถานที่ทางศาสนาและศูนย์กลางวัฒนธรรมของชาวฮอยอัน

.
การเดินทาง : วัดกวางตุ้งตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าฮอยอัน ใกล้กับสะพานญี่ปุ่นและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าหรือใช้จักรยานจากที่พักในเมืองเก่าได้อย่างสะดวก
เวลาเปิด-ปิด : วัดกวางตุ้งเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 17:30 น.
.
5. ตลาดกลางคืนฮอยอัน (Hoi An Night Market)
ตลาดกลางคืนฮอยอัน (Hoi An Night Market) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน ตั้งอยู่บนถนน Nguyen Hoang ในย่านเมืองเก่าฮอยอัน ตลาดแห่งนี้มีร้านค้ากว่า 50 ร้านที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานหัตถกรรมท้องถิ่น เครื่องประดับ ของที่ระลึก ไปจนถึงโคมไฟหลากสีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอยอัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าพร้อมสัมผัสบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะโคมไฟฮอยอันที่สร้างจากผ้าไหมและไม้ไผ่ที่ให้แสงสวยงาม สินค้าเหล่านี้เป็นของฝากยอดนิยมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและศิลปะของท้องถิ่น
นอกจากการช้อปปิ้ง ตลาดกลางคืนฮอยอันยังเป็นสวรรค์ของคนรักอาหาร ที่นี่มีแผงลอยขายอาหารเวียดนามหลากหลายเมนู เช่น บั๋นหมี่ (Banh Mi), เฝอ (Pho), และของหวานพื้นเมืองที่ต้องลอง เช่น เช กัว (Che) บรรยากาศยามค่ำคืนของตลาดเต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดยมีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านเดินเที่ยวชมและลิ้มรสอาหารพร้อมชมการแสดงดนตรีสดริมถนน นอกจากนี้ วิวของโคมไฟที่ประดับตามถนนและแสงสะท้อนจากแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ตลาดกลางคืนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

.
การเดินทาง : ตลาดกลางคืนฮอยอันตั้งอยู่บนถนน Nguyen Hoang ใกล้กับสะพานญี่ปุ่น สามารถเดินเท้าจากที่พักในย่านเมืองเก่าได้อย่างสะดวก หรือใช้จักรยานและรถแท็กซี่จากพื้นที่ใกล้เคียง
เวลาเปิด-ปิด : ตลาดกลางคืนฮอยอันเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ถึง 22:00 น.
.
6. ล่องเรือในแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River)
การล่องเรือในแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฮอยอัน แม่น้ำทูโบนมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของฮอยอัน ในฐานะเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงการค้าขายระหว่างประเทศในอดีต นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและทิวทัศน์อันสวยงามสองฝั่งแม่น้ำ ซึ่งประกอบด้วยทุ่งนา บ้านเรือนของชาวบ้าน และวิวภูเขาไกลลิบ ไฮไลต์ของการล่องเรือคือการชมพระอาทิตย์ตกที่สาดแสงทองสะท้อนน้ำ ทำให้เกิดภาพที่งดงามและโรแมนติก นอกจากนี้ ในช่วงค่ำคืน นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือเพื่อปล่อยโคมลอยน้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชื่อว่าจะนำโชคลาภและความสงบสุขมาให้
การล่องเรือในแม่น้ำทูโบนมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เรือไม้ขนาดเล็กที่มีคนพายไปจนถึงเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่ให้บริการแบบครบครัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทัวร์ที่รวมการแวะเยี่ยมชมหมู่บ้านช่างฝีมือในบริเวณใกล้เคียง เช่น หมู่บ้านกระดาษสา Thanh Ha หรือหมู่บ้านจักสาน Cam Kim ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด การล่องเรือในแม่น้ำทูโบนจึงเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นถิ่นได้อย่างลงตัว


.
การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นการล่องเรือได้จากจุดท่าเรือในย่านเมืองเก่าฮอยอัน ท่าเรือเหล่านี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทูโบน สามารถเดินเท้าจากที่พักในเมืองเก่าหรือใช้บริการรถจักรยานและแท็กซี่ได้อย่างสะดวก
เวลาเปิด-ปิด : บริการล่องเรือในแม่น้ำทูโบนเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 22:00 น.
.
7. หมู่บ้านกระดาษสา (Thanh Ha Pottery Village)
หมู่บ้านกระดาษสา Thanh Ha หรือที่รู้จักกันในชื่อหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของฮอยอัน หมู่บ้านแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี โดยชาวบ้านได้สร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมด้วยมือ กระบวนการผลิตยังคงใช้เทคนิคโบราณตั้งแต่การปั้นดินเผา การขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน ไปจนถึงการเผาในเตาดิน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมการสาธิตการปั้นดินเผาโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญ และมีโอกาสทดลองปั้นดินเผาด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีเครื่องปั้นดินเผาหลากหลายรูปแบบ เช่น แจกัน รูปปั้น และของตกแต่งบ้าน ที่สามารถซื้อเป็นของฝากได้
หนึ่งในไฮไลต์ของการเยี่ยมชมหมู่บ้านกระดาษสาคือ พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา Thanh Ha ซึ่งจัดแสดงผลงานดินเผาและแบบจำลองอาคารสำคัญต่าง ๆ ของเวียดนามและทั่วโลก เช่น หอเอนเมืองปิซา และหอไอเฟล ทั้งหมดทำจากดินเผาด้วยความละเอียดประณีต หมู่บ้านยังมอบบรรยากาศที่สงบและเป็นกันเอง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยบ้านไม้แบบดั้งเดิมและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง

.
การเดินทาง : หมู่บ้านกระดาษสา Thanh Ha ตั้งอยู่ห่างจากย่านเมืองเก่าฮอยอันประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือรถแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
เวลาเปิด-ปิด : หมู่บ้านกระดาษสาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 17:30 น.
.
8. หมู่บ้านกัมแธ (Cam Thanh Village)
หมู่บ้านกัมแธ (Cam Thanh Village) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านเมืองเก่าฮอยอัน เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลนและต้นมะพร้าวน้ำจืด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่นี้ กัมแธมีชื่อเสียงในเรื่องการนั่งเรือกระจาด (Basket Boat) ที่นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมป่ามะพร้าวในบรรยากาศที่เงียบสงบ พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับการชมธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้าน นอกจากนี้ การนั่งเรือกระจาดยังเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้เห็นการแสดงพายเรือและการจับปลาที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นของชาวท้องถิ่น
นอกจากการล่องเรือ นักท่องเที่ยวยังสามารถเรียนรู้กิจกรรมท้องถิ่น เช่น การทำเสื่อจากใบมะพร้าว การทำอาหารเวียดนามพื้นบ้าน และการปลูกข้าวในนาข้าวที่อยู่รอบ ๆ หมู่บ้าน บรรยากาศในหมู่บ้านกัมแธอบอุ่นและเป็นกันเอง เนื่องจากชาวบ้านเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของพวกเขาอย่างใกล้ชิด กัมแธจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและสัมผัสประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมในแบบชนบทของเวียดนาม

.
การเดินทาง : หมู่บ้านกัมแธตั้งอยู่ห่างจากเมืองเก่าฮอยอันประมาณ 5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือรถแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
เวลาเปิด-ปิด : หมู่บ้านกัมแธเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ถึง 17:00 น.
.
10. ชายหาดอันบาง (An Bang Beach)
ชายหาดอันบาง (An Bang Beach) เป็นหนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอยอัน ด้วยทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าสดใส และบรรยากาศที่เงียบสงบ หาดนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก โดยเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น พายเรือคายัคและกระดานโต้คลื่น หาดอันบางยังเป็นที่รู้จักในเรื่องของร้านอาหารทะเลที่ตั้งเรียงรายริมชายหาด นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่พร้อมชมวิวทะเลอันงดงาม ทำให้หาดแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางที่ต้องการความผ่อนคลาย
บรรยากาศของหาดอันบางเต็มไปด้วยความเป็นกันเองและความเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างที่เกินความจำเป็น บริเวณชายหาดมีพื้นที่นั่งพักผ่อนที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเตียงผ้าใบและร่มกันแดดที่ให้เช่า นอกจากนี้ ช่วงเย็นของหาดอันบางยังเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดในฮอยอัน พร้อมลมทะเลเย็นสบายและเสียงคลื่นที่สงบ บริเวณใกล้เคียงยังมีบาร์และคาเฟ่ที่จัดกิจกรรมดนตรีสดในบางคืน เพิ่มความสนุกสนานให้กับการเที่ยวชายหาด

.
การเดินทาง : ชายหาดอันบางตั้งอยู่ห่างจากเมืองเก่าฮอยอันประมาณ 4 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ด้วยจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือรถแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
เวลาเปิด-ปิด : ชายหาดอันบางเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง แต่กิจกรรมส่วนใหญ่นิยมทำในช่วงเช้าและเย็นเพื่อลดความร้อนจากแสงแดดในตอนกลางวัน
.
” เมืองฮอยอันเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ ย่านเมืองเก่าฮอยอัน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีน ญี่ปุ่น และยุโรป, สะพานญี่ปุ่น ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง, บ้านโบราณตันกี ที่สะท้อนวิถีชีวิตของพ่อค้าในอดีต, และ วัดกวางตุ้ง ที่มีสถาปัตยกรรมจีนอันงดงาม นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับ ตลาดกลางคืนฮอยอัน ที่คึกคักไปด้วยแสงไฟและสินค้าพื้นเมือง, ล่องเรือใน แม่น้ำทูโบน, เยี่ยมชม หมู่บ้านกระดาษสา Thanh Ha และ หมู่บ้านกัมแธ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ปิดท้ายด้วยการพักผ่อนที่ ชายหาดอันบาง ซึ่งเป็นหาดทรายขาวน้ำทะเลใส เมืองฮอยอันจึงเป็นจุดหมายที่ครบรสสำหรับการเดินทางพักผ่อนและสัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมเวียดนามอย่างแท้จริง “
.
ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ ทำไมถึงมีเหตุผลที่ควรไปเที่ยวเมื่อไปเวียดนาม
ดานัง ฮอยอัน และบานาฮิลล์เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเวียดนาม เนื่องจากทั้งสามสถานที่มีเสน่ห์และความหลากหลายที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ดานังเป็นเมืองชายทะเลที่มีทั้งความสงบและความทันสมัยในคราวเดียวกัน สถานที่สำคัญอย่าง สะพานมังกร และ สะพานรัก สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเมือง ในขณะที่ หาดหมีเคว และ เขาหินอ่อน มอบความงามของธรรมชาติและบรรยากาศที่เงียบสงบ เมืองนี้ยังมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจและอาหารทะเลสดใหม่ที่ควรลิ้มลอง
ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดดเด่นด้วย ย่านเมืองเก่าฮอยอัน ที่เต็มไปด้วยอาคารโบราณ สะพานญี่ปุ่น และตลาดกลางคืนที่มีโคมไฟหลากสีสร้างบรรยากาศโรแมนติก กิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่การล่องเรือใน แม่น้ำทูโบน และเยี่ยมชมหมู่บ้านช่างฝีมือ เช่น หมู่บ้านกระดาษสา Thanh Ha และ หมู่บ้านกัมแธ ซึ่งช่วยให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
บานาฮิลล์ เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่บนยอดเขา ไฮไลต์ได้แก่ กระเช้าลอยฟ้า ที่ยาวและสูงที่สุดในโลก, สะพานทอง ที่มีชื่อเสียงระดับโลก, หมู่บ้านฝรั่งเศส ที่จำลองสถาปัตยกรรมยุโรป, และ สวนสนุก Fantasy Park ที่มอบความสนุกสนานให้กับทุกคน ด้วยอากาศเย็นสบายและวิวทิวทัศน์ที่งดงาม บานาฮิลล์จึงเป็นสถานที่ที่มอบทั้งความผ่อนคลายและประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
” ทั้งสามแห่งนี้ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และความบันเทิงอย่างลงตัว ทำให้การเดินทางไปดานัง ฮอยอัน และบานาฮิลล์เป็นประสบการณ์ที่หลากหลายและน่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของเวียดนามอย่างแท้จริง “
.
ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ การเดินทางท่องเที่ยวมีวิธีอะไรบ้าง โดยเรียงลำดับจากค่าใช้จ่ายถูกสุดไปถึงสูงสุด
1. เดินเท้า (Walking)
การเดินเท้าเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดสำหรับการเดินทางในดานัง โดยเฉพาะหากที่พักของคุณตั้งอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง เช่น ใกล้แม่น้ำฮานหรือหาดหมีเคว เมืองดานังมีทางเท้าที่สะอาดและปลอดภัย ทำให้ง่ายต่อการเดินเที่ยวชมสถานที่ใกล้เคียง เช่น สะพานมังกร สะพานรัก และตลาดฮาน การเดินยังช่วยให้คุณสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิด และเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการสำรวจสถานที่ด้วยตัวเองอย่างช้า ๆ
อย่างไรก็ตาม การเดินอาจไม่เหมาะสำหรับการเดินทางไกล เช่น การไปยังบานาฮิลล์หรือฮอยอัน และในช่วงกลางวันที่แดดร้อนจัด การเตรียมร่มหรือหมวกไว้ก็เป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ หากคุณวางแผนเที่ยวแบบเต็มวัน การเดินเท้าอาจใช้เวลานานและทำให้เหนื่อยได้ง่าย
.
2. จักรยาน (Bicycle)
การเช่าจักรยานเป็นวิธีเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ในระยะทางใกล้ เช่น หาดหมีเควหรือเขาหินอ่อน ค่าบริการเช่าจักรยานในดานังเริ่มต้นเพียง 20,000-50,000 ดองต่อวัน (ประมาณ 30-70 บาท) คุณสามารถขี่จักรยานเลียบชายหาดหรือเข้าสู่ถนนเล็ก ๆ ในเมืองเพื่อสำรวจตลาดและร้านอาหารท้องถิ่นได้อย่างอิสระ
ข้อจำกัดของจักรยานคืออาจไม่เหมาะสำหรับเส้นทางที่มีระยะทางไกลหรือเส้นทางขึ้นเขา เช่น การเดินทางไปบานาฮิลล์ นอกจากนี้ การปั่นจักรยานในช่วงแดดจัดควรเตรียมน้ำดื่มและครีมกันแดดไว้เสมอ
.
3. รถจักรยานยนต์เช่า (Motorbike Rental)
การเช่ารถจักรยานยนต์เป็นวิธีที่สะดวกและคุ้มค่าสำหรับการเดินทางในดานัง ค่าเช่าเริ่มต้นที่ประมาณ 100,000-150,000 ดองต่อวัน (ประมาณ 150-220 บาท) ขึ้นอยู่กับประเภทของรถและสถานที่เช่า รถจักรยานยนต์ช่วยให้คุณเข้าถึงสถานที่ที่ไกลออกไป เช่น บานาฮิลล์ ฮอยอัน หรือหมู่บ้านช่างฝีมือได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ถนนในดานังค่อนข้างกว้างและไม่แออัดมาก ทำให้การขับขี่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม คุณต้องมีใบขับขี่สากลและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่คุ้นเคยกับกฎจราจรในเวียดนาม นอกจากนี้ คุณควรตรวจสอบสภาพรถก่อนเช่าเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
.
4. รถแท็กซี่ (Taxi)
รถแท็กซี่เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสบายและไม่ต้องการขับรถเอง ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000-15,000 ดองต่อกิโลเมตร (ประมาณ 18-22 บาท) และมีบริการรถจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ เช่น Mai Linh และ Vinasun แท็กซี่เหมาะสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไกล เช่น บานาฮิลล์หรือฮอยอัน รวมถึงการเดินทางระหว่างสนามบินและโรงแรม
แม้ว่าราคาจะแพงกว่าการเช่ารถจักรยานยนต์หรือจักรยาน แต่แท็กซี่ให้ความสะดวกสบายมากกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่คุณเดินทางกับครอบครัวหรือมีกระเป๋าสัมภาระจำนวนมาก
.
5. รถยนต์เช่าขับเอง (Car Rental for Self-Drive)
การเช่ารถยนต์ขับเองเป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่หรือครอบครัว ค่าเช่ารถยนต์ในดานังเริ่มต้นที่ประมาณ 700,000-1,000,000 ดองต่อวัน (ประมาณ 1,050-1,500 บาท) และช่วยให้คุณเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวก การขับรถยนต์เองเหมาะสำหรับการเดินทางไกล เช่น ไปยังฮอยอัน หมู่บ้านกระดาษสา หรือบานาฮิลล์
อย่างไรก็ตาม คุณต้องมีใบขับขี่สากลและคุ้นเคยกับการขับขี่ในต่างประเทศ การหาที่จอดรถในตัวเมืองอาจเป็นปัญหาในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงควรวางแผนการเดินทางและที่จอดรถล่วงหน้า
.
6. รถยนต์พร้อมคนขับ (Private Car with Driver)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกและบริการระดับพรีเมียม การเช่ารถยนต์พร้อมคนขับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1,200,000-1,500,000 ดองต่อวัน (ประมาณ 1,800-2,200 บาท) ซึ่งรวมบริการขับรถและคำแนะนำจากคนท้องถิ่น เหมาะสำหรับการเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น บานาฮิลล์และฮอยอัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเส้นทางหรือการขับรถเอง
แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดในบรรดาวิธีการเดินทาง แต่รถยนต์พร้อมคนขับมอบความสะดวกสบายสูงสุด เหมาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์การเดินทางแบบไร้กังวลและสะดวกสบายที่สุด
” การเช่ารถจักรยานยนต์ในเวียดนามหาที่จอดได้สะดวก เพราะสถานที่ส่วนใหญ่ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า และที่เที่ยว มักมีพื้นที่จอดสำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะและมีค่าจอดที่ไม่แพง ส่วนการจอดรถยนต์อาจยุ่งยากกว่า โดยเฉพาะในย่านตัวเมืองดานังและเมืองเก่าฮอยอันที่มีพื้นที่จำกัด สำหรับการหาที่จอดรถยนต์ ควรเลือกสถานที่ที่มีบริการจอดรถ เช่น ลานจอดรถสาธารณะ ใกล้สะพานมังกรหรือหาดหมีเคว, โรงแรมที่มีบริการจอดรถ สำหรับผู้เข้าพัก, และ สถานที่ท่องเที่ยวหลัก เช่น บานาฮิลล์ ที่มีลานจอดรถขนาดใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ นอกจากนี้ ในย่านเมืองเก่าฮอยอัน รถยนต์ไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่บางจุดได้ ดังนั้นควรจอดรถในพื้นที่ที่กำหนดไว้รอบนอกและเดินเท้าหรือใช้จักรยานเข้าสู่ย่านเมืองเก่า การวางแผนล่วงหน้าและสอบถามพนักงานโรงแรมเกี่ยวกับจุดจอดรถจะช่วยให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น “
.
ดานัง ฮอยอัน และบานาฮิลล์ เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปเยือนเมื่อมาเวียดนาม เพราะผสมผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และความบันเทิงได้อย่างลงตัว ดานังเป็นเมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลาย เช่น สะพานมังกร หาดหมีเคว และเขาหินอ่อน ขณะที่ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกที่มีเสน่ห์ในย่านเมืองเก่า สะพานญี่ปุ่น ตลาดกลางคืน และหมู่บ้านช่างฝีมือ ในขณะเดียวกัน บานาฮิลล์ก็โดดเด่นด้วยกระเช้าลอยฟ้าสถิติโลก สะพานทอง และหมู่บ้านฝรั่งเศสที่มอบประสบการณ์พิเศษบนยอดเขา ทั้งสามแห่งนี้มอบประสบการณ์การเดินทางที่ครบครันทั้งความผ่อนคลาย ความสนุกสนาน และการเรียนรู้วัฒนธรรมเวียดนามอย่างลึกซึ้ง

.
ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ ไม่เพียงแต่มอบความทรงจำที่น่าประทับใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับความหลากหลายของเวียดนาม ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และการต้อนรับที่อบอุ่นจากคนท้องถิ่น ไม่ว่าคุณจะเดินเล่นในย่านเมืองเก่า ชมพระอาทิตย์ตกดินบนชายหาด หรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนยอดเขา ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้การเดินทางของคุณเป็นมากกว่าการพักผ่อน แต่เป็นการเติมเต็มความสุขและแรงบันดาลใจให้กับชีวิตของคุณ
>> ประวัติศาสตร์เวียดนามและที่เที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจในเวียดนาม คลิก
>>ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเราได้ที่ช่องทางนี้ คลิก
“เรามุ่งมั่นที่จะทำทัวร์ท่องเที่ยวให้แตกต่างจากทั่วไป สถานที่ที่คุณจะได้ไปนั้นนอกจากจะได้ท่องเที่ยวพักผ่อนไปกับเราแล้วเรายังเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้กับคุณอีกด้วย กับแผนการเดินทางที่แตกต่างและไม่จำเจเหมือนกับทั่วๆไป อีกทั้งคุณยังได้รับการดูแลและมีบริการที่แตกต่าง ให้คุณเปรียบเสมือนคนพิเศษ ให้ได้รู้สึกสัมผัสการไปเที่ยวไม่เหมือนใคร และจะประทับใจแบบไม่มีทางลืมได้เลย..” คุณสามารถติดต่อหาเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้เพื่อเลือกเคมเปญที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ
💬 ติดต่อเราได้เลย!

Comment (0)