เที่ยวคิวชู | ดินแดนปลายฟ้าอันอบอุ่น สัมผัสญี่ปุ่นอีกมุมที่แตกต่าง 🗾
เที่ยวคิวชู 🚩คิวชูนั้นอาจไม่ใช่จุดหมายแรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อพูดถึงญี่ปุ่น แต่สำหรับคนที่เคยไปแล้วเช่นผม จะรู้เลยว่าที่นี่คือ “ขุมทรัพย์แห่งการเดินทาง” ที่รอให้คุณค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานสะพรั่งริมแม่น้ำ ฤดูร้อนที่ทะเลใสและธรรมชาติเขียวชอุ่ม ฤดูใบไม้ร่วงที่สีสันของใบไม้เปลี่ยนแต่งแต้มภูเขา หรือฤดูหนาวที่ออนเซ็นอุ่นละมุน คิวชูคือญี่ปุ่นอีกด้านที่อ่อนโยน ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะมาเที่ยวกัน❗
.
เที่ยวคิวชู | ประวัติของภูมิภาคคิวชู 🌊
หากมองย้อนกลับไปยังรากเหง้าของประเทศญี่ปุ่น คิวชูคือหนึ่งในภูมิภาคที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นประตูแรกที่วัฒนธรรมจากแผ่นดินใหญ่ เช่น จีนและคาบสมุทรเกาหลี เดินทางเข้าสู่ญี่ปุ่นในยุคโบราณ เพราะด้วยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ใกล้กับเอเชียแผ่นดินใหญ่ คิวชูจึงกลายเป็นศูนย์กลางการติดต่อ การค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยโจมงจนถึงสมัยยะโยอิ และยังเป็นแหล่งพบหลักฐานโบราณคดีสำคัญมากมาย เช่น หมู่บ้านโบราณ Yoshinogari ในจังหวัดซางะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา
.
ดินแดนแห่งศรัทธา สงคราม และการเปลี่ยนแปลง 🎌
ในช่วงศตวรรษที่ 16 คิวชูเป็นพื้นที่แรกที่ชาวตะวันตกเข้ามาติดต่อกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะชาวโปรตุเกสและสเปน พวกเขาได้นำปืนไฟและศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ ทำให้เมืองต่างๆ เช่น นางาซากิ กลายเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนาและการค้าระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางศาสนาและอิทธิพลจากต่างชาติ ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์สำคัญอย่าง “การกบฏชิมาบาระ” ที่คริสเตียนญี่ปุ่นลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลโชกุนในศตวรรษที่ 17 ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงความสลับซับซ้อนของคิวชู ที่เป็นทั้งเวทีของการเปิดรับและการต่อต้านในเวลาเดียวกัน
.
จากซากประวัติศาสตร์ สู่เกาะแห่งนวัตกรรมและการท่องเที่ยว 🎌
กาลเวลาผ่านไป คิวชูพัฒนาอย่างรวดเร็วในยุคเมจิ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ อย่างฟูกุโอกะและคุมาโมโตะ ที่กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการคมนาคม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นางาซากิคือหนึ่งในสองเมืองที่ถูกระเบิดปรมาณู แต่หลังจากนั้นเมืองก็ได้ฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างสง่างาม พร้อมสืบสานความทรงจำทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ปัจจุบัน คิวชูคือดินแดนที่ผสมผสานระหว่างอดีตและอนาคตได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยมรดกโลก เมืองศิลปะ ธรรมชาติแปลกตา และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
.
ภูมิประเทศของคิวชู | ดินแดนภูเขาไฟ ผืนป่า และทะเล
คิวชูตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะญี่ปุ่น เป็นเกาะใหญ่อันดับสามของประเทศ ล้อมรอบด้วยทะเลในทุกทิศทาง และมีภูมิประเทศที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ภูเขาสูง ป่าทึบ ที่ราบลุ่ม แม่น้ำ ไปจนถึงชายฝั่งที่สวยงามตระการตา หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญคือ ภูเขาไฟ ที่ยังคุกรุ่นอยู่ เช่น ภูเขาไฟอะโสะ (Mt. Aso) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ ภูเขาซากุระจิมะ (Sakurajima) ที่ยังคงปะทุเป็นระยะ
การมีภูเขาไฟมาก ทำให้คิวชูอุดมไปด้วย บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ (ออนเซ็น) เช่น ในเมืองเบปปุและยูฟุอิน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ทางตอนใต้ของเกาะยังมีพื้นที่เขตร้อนอย่างเกาะยาคุชิมะ (Yakushima) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และเต็มไปด้วยป่าโบราณอันเขียวชอุ่มตลอดปี
.
ภูมิอากาศของคิวชู | หลากฤดู เย็นพอดี อุ่นพอใจ
คิวชูมีภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนชื้น (Subtropical) โดยแบ่งออกเป็น 4 ฤดูที่ชัดเจน แต่จะมีความอบอุ่นกว่าภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฮอกไกโดหรือโทโฮคุ
🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการชมซากุระและทุ่งดอกไม้
☀️ ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) อบอุ่นแต่ไม่ร้อนจัด มีฝนตกในช่วงต้นฤดู แต่ยังสามารถเที่ยวทะเลหรือเดินเขาได้
🍁 ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) เป็นช่วงไฮไลต์อีกช่วงหนึ่ง เพราะใบไม้เปลี่ยนสีเต็มภูเขา อากาศเย็นลงแต่ยังไม่หนาว
❄️ ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) หนาวแต่ไม่โหด มีหิมะตกในบางพื้นที่บนภูเขาสูง เหมาะกับการแช่ออนเซ็นอุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก
” โดยรวมแล้ว คิวชูถือเป็นภูมิภาคที่เที่ยวได้ตลอดปี เพราะมีทั้งธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล และเมืองต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หากคุณอยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่หลากหลาย ทั้งภูเขาไฟ ป่าโบราณ ชายทะเล วัฒนธรรม และอาหาร คิวชูคือคำตอบที่น่าสนใจมากกว่าที่คิด “
.
เที่ยวคิวชู | มัดรวมฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ประมาณปลาย ต.ค.-พ.ย.)🍁
🍁 จังหวัดฟูกุโอกะ (Fukuoka)
1. สวนโอโฮริ (Ohori Park) สวนโอโฮริตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟูกุโอกะ เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคิวชู เดิมทีบริเวณนี้เป็นคูน้ำที่ล้อมรอบปราสาทฟุกุโอกะ ต่อมาได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นสวนแบบญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1929 โดยจำลองมาจากสวนของเมืองเวสต์เลคในจีน ปัจจุบันสวนแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมือง มีเส้นทางเดินรอบทะเลสาบยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และมีเกาะเล็กๆ เชื่อมด้วยสะพานให้เดินเล่นได้
ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ริมทะเลสาบจะเต็มไปด้วยต้นไม้ เช่น เมเปิลและแปะก๊วย ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง ทอง สะท้อนลงผืนน้ำ สร้างบรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติก เหมาะกับการถ่ายภาพ เดินเล่น หรือปิกนิกในวันอากาศเย็นสบาย

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา (แนะนำช่วงกลางวันถึงเย็น)
พิกัด GPS : 33.5868° N, 130.3764° E
.
2. ปราสาทฟุกุโอกะ (Fukuoka Castle Ruins) ซากปราสาทฟุกุโอกะตั้งอยู่ในสวนไมซุรุ (Maizuru Park) เคยเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะโดย “คุโรดะ นากามาสะ” ขุนนางผู้มีบทบาทสำคัญในการรวมประเทศญี่ปุ่น แม้ตัวปราสาทจะถูกรื้อถอนไปในยุคเมจิ เหลือเพียงฐานหินและกำแพงบางส่วน แต่ก็ยังคงความสง่างามทางประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ที่เรียงรายรอบกำแพงหินจะเปลี่ยนสีสันสดใส บางจุดสามารถมองเห็นใบไม้แดงเคล้าไปกับทิวทัศน์ของเมืองสมัยใหม่ในฉากหลัง ให้ความรู้สึกผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เหมาะกับสายชอบประวัติศาสตร์และธรรมชาติควบคู่กัน

.
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 (เข้าได้ถึง 16:30)
พิกัด GPS : 33.5833° N, 130.3750° E
.
🍁 จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki)
3. สวนโกลเวอร์ (Glover Garden) เป็นสวนสไตล์ตะวันตกที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองนางาซากิ ภายในเป็นที่ตั้งของบ้านเก่าหลายหลังที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในสมัยเมจิ โดยเฉพาะ “โธมัส โกลเวอร์” พ่อค้าชาวสก็อตแลนด์ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาสู่ญี่ปุ่น บ้านโกลเวอร์เป็นบ้านสไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่
ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้จะเต็มไปด้วยใบเมเปิลหลากสีสันตัดกับตัวอาคารสไตล์ยุโรป ให้บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในโลกอีกใบ ผสานความโรแมนติกแบบญี่ปุ่น-ตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ หรืออยากซึมซับบรรยากาศประวัติศาสตร์ร่วมกับฤดูกาล

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 18:00 (เข้ารอบสุดท้าย 17:40)
พิกัด GPS : 32.7343° N, 129.8688° E
.
4. ภูเขาอินาสะ (Mount Inasa) ภูเขาอินาสะเป็นจุดชมวิวระดับตำนานของนางาซากิ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ติดอันดับ “ทัศนียภาพยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น” จากยอดเขาที่สูงประมาณ 333 เมตร สามารถมองเห็นเมืองนางาซากิทั้งเมืองรวมถึงอ่าวได้แบบพาโนรามา
ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณทางขึ้นและรอบยอดเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดง–ส้ม ตัดกับภาพเมืองทันสมัยเบื้องล่าง ทำให้ได้ประสบการณ์ทั้งธรรมชาติและเมืองในภาพเดียว โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำจะได้เห็นวิวสองอารมณ์ คือใบไม้เปลี่ยนสีในแสงอาทิตย์ตก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไฟระยิบระยับยามค่ำคืน

.
เวลาเปิด-ปิด (กระเช้าไฟฟ้า) : 9:00 – 22:00
พิกัด GPS : 32.7690° N, 129.8650° E
.
🍁 จังหวัดซากะ (Saga)
5. ปราสาทคารัตสึ (Karatsu Castle) ปราสาทคารัตสึตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเลในเมืองคารัตสึ มีชื่อเล่นว่า “ปราสาทนกกระเรียน” เพราะรูปทรงของหอคอยหลักที่ดูคล้ายนกกระเรียนกางปีก ตั้งอยู่บนฐานหินสูง มองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีโลเคชันงดงามที่สุดของคิวชู
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเปลี่ยนภูมิทัศน์รอบปราสาทให้สดใส ต้นเมเปิลและแปะก๊วยรอบๆ สวนและสะพานหินจะเปลี่ยนสีตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าและน้ำทะเล เป็นภาพถ่ายที่สวยจนเหมือนภาพวาด และสามารถขึ้นไปบนยอดปราสาทเพื่อชมวิวรอบเมืองได้ด้วย

.
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 (เข้าได้ถึง 16:30)
พิกัด GPS : 33.4515° N, 129.9680° E
.
6. สวนมิโฟเนะยามะ รากุเอน (Mifuneyama Rakuen) สวนมิโฟเนะยามะเป็นสวนญี่ปุ่นขนาดมหึมาในเมืองทาเคโอะ จังหวัดซากะ พื้นที่กว่า 50 เฮกตาร์ตั้งอยู่ใต้ภูเขามิโฟเนะที่สูงตระหง่าน เป็นสวนที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1845 ในยุคเอโดะปลาย และยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี สวนจะเต็มไปด้วยต้นเมเปิลกว่า 500 ต้นที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม และทอง มีการจัดแสดงไฟ Light-up ตอนกลางคืน สะท้อนกับสระน้ำและหน้าผา สร้างภาพที่เหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดของคิวชู

.
เวลาเปิด-ปิด : กลางวัน: 8:00 – 17:30 ช่วง Light-up: 18:30 – 22:00 (ช่วงเทศกาลเท่านั้น)
พิกัด GPS : 33.1840° N, 130.0150° E
.
🍁 จังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto)
7. ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) ปราสาทคุมาโมโตะเป็นหนึ่งในสามปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1607 โดยคาโตะ คิโยมาสะ ตัวปราสาทมีโครงสร้างซับซ้อนและมีกำแพงหินที่สูงชัน แข็งแกร่ง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นป้อมปราการที่ยากต่อการเข้าถึง แม้จะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 แต่ในปัจจุบันก็มีการบูรณะอย่างต่อเนื่องและเปิดให้เข้าชมบางส่วนได้แล้ว
ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณรอบๆ ปราสาทจะมีต้นแปะก๊วยและเมเปิลที่เปลี่ยนสีเหลืองทองและแดงสด ตัดกับหอคอยสีขาว-ดำของตัวปราสาท กลายเป็นภาพที่สวยสะกดตา เหมาะกับการถ่ายรูปและเดินชมประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในบรรยากาศโรแมนติก

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00 (เข้าได้ถึง 16:30)
พิกัด GPS : 32.8064° N, 130.7058° E
.
8. หุบเขาโกคาเซะ (Gokanosho Gorge) หุบเขาโกคาเซะเป็นสถานที่ลึกลับและสงบในเทือกเขาทางตอนใต้ของคุมาโมโตะ เป็นที่หลบซ่อนของนักรบตระกูลเฮเคะหลังแพ้สงครามเมื่อหลายร้อยปีก่อน พื้นที่เต็มไปด้วยป่าทึบ น้ำตก และสะพานแขวน สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยความทันสมัย
ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งหุบเขาจะกลายเป็นพรมแดง–ส้ม สวยแบบดิบๆ และเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติลึกซึ้งและการเดินทางแบบ off-the-beaten-path

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา (แนะนำช่วง 9:00 – 16:00)
พิกัด GPS : 32.5167° N, 130.9333° E
.
🍁 จังหวัดโออิตะ (Oita)
9. ยูฟุอิน (Yufuin) ยูฟุอินเป็นเมืองออนเซ็นกลางหุบเขาที่ได้รับความนิยมมาก โดยมีฉากหลังคือภูเขายูฟุดาเกะที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม ตลอดเมืองรายล้อมด้วยคาเฟ่ ร้านคราฟต์ แกลเลอรี และโรงแรมเรียวกังบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือหนึ่งในช่วงที่ยูฟุอินสวยที่สุด เพราะภูเขาทั้งลูกจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทองตัดกับหมอกยามเช้า ยิ่งทำให้บรรยากาศของเมืองละมุนและโรแมนติกเหมือนอยู่ในฉากภาพยนตร์ และยังสามารถแช่ออนเซ็นกลางแจ้งพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อีกด้วย

.
เวลาเปิด-ปิด : ตัวเมืองเปิดตลอดเวลา ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 10:00 – 17:00
พิกัด GPS : 33.2635° N, 131.3548° E
.
10. ภูเขาโอบุกะเกะ (Mount Ohbukkake / Beppu Area) ภูเขาโอบุกะเกะอยู่ใกล้เมืองเบปปุ เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามแต่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก เส้นทางเดินป่าจะลัดเลาะไปตามภูเขาที่เปลี่ยนสีเต็มพื้นที่ พร้อมมองเห็นวิวเมืองเบปปุจากมุมสูง ในฤดูใบไม้ร่วงพื้นป่าบริเวณนี้จะกลายเป็นสีแดงส้มเข้มทั่วทั้งภูเขา และอากาศก็เย็นกำลังดี เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ หรือแวะพักแช่ออนเซ็นรอบๆ เบปปุหลังเดินทาง

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา (เส้นทางแนะนำช่วงเช้า – บ่ายเย็น)
พิกัด GPS : 33.3125° N, 131.4572° E
.
🍁 จังหวัดมิยาซากิ (Miyazaki)
11. หุบเขาทาคาจิโฮะ (Takachiho Gorge) หุบเขาทาคาจิโฮะเป็นจุดชมธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดของมิยาซากิ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟอาโสะเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เกิดร่องหุบเขาหินบะซอลต์สวยแปลกตา และน้ำตกมานาอิที่ไหลลงมากลางหุบเขา เป็นจุดถ่ายภาพที่สวยเหมือนหลุดจากเทพนิยาย
ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ความงามจะยิ่งทวีคูณ เพราะต้นไม้ริมผาหินจะกลายเป็นสีแดงและทอง สะท้อนกับผืนน้ำ นักท่องเที่ยวนิยมพายเรือชมวิวแบบใกล้ชิด สวยงามแบบสงบลึก เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติระดับ “ต้องไปสักครั้งในชีวิต”

.
เวลาเปิด-ปิด : พายเรือ 8:30 – 17:00 (ปิดเร็วขึ้นตามแสงแดด)
พิกัด GPS : 32.7111° N, 131.3081° E
.
12. สวนฮิวกะ (Hyuga Miyazaki Park) สวนฮิวกะตั้งอยู่ริมทะเลฝั่งตะวันออกของมิยาซากิ เป็นพื้นที่ชมวิวที่มีทั้งภูเขา หินหน้าผา และต้นไม้เรียงรายตามแนวชายฝั่ง จุดเด่นคือสามารถชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเล และใบไม้เปลี่ยนสีในภูมิทัศน์ที่แปลกตา ที่นี่เหมาะกับสายถ่ายภาพธรรมชาติและคนที่อยากได้วิว “ไม่ซ้ำใคร” เพราะเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ติดทะเล ซึ่งหาได้ไม่มากในญี่ปุ่น

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา (เหมาะกับช่วงเช้าหรือเย็น)
พิกัด GPS : 32.4261° N, 131.6622° E
.
🍁 จังหวัดคาโกชิมะ (Kagoshima)
13. ภูเขาซากุระจิมะ (Sakurajima) ซากุระจิมะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ และถือเป็นสัญลักษณ์ของคาโกชิมะ ถึงจะดูดิบและทรงพลัง แต่รอบๆ ตัวภูเขาเต็มไปด้วยเส้นทางธรรมชาติ สวนสาธารณะ และจุดชมวิวต่างๆ ที่จะได้เห็นภาพของภูเขาไฟพร้อมฉากหลังเป็นใบไม้เปลี่ยนสี จุดที่แนะนำคือสวน Yunohira Observatory หรือ Lava Nagisa Park ซึ่งให้วิวทั้งตัวภูเขาไฟและใบไม้สีแดง–ทองในฉากเดียว ใครชอบธรรมชาติแบบตื่นเต้นแต่อ่อนโยน ซากุระจิมะคือที่หนึ่งในใจ

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา (แนะนำให้ไปช่วงเช้า–บ่าย)
พิกัด GPS : 31.5931° N, 130.6580° E
.
14. สวนเซนกันเอน (Sengan-en Garden) สวนเซนกันเอนเป็นสวนญี่ปุ่นโบราณที่สร้างโดยตระกูลชิมะสุในปี 1658 และเป็นบ้านพักตากอากาศของเหล่าขุนนางในสมัยเอโดะ ตัวสวนตั้งอยู่ริมอ่าว พร้อมวิวภูเขาซากุระจิมะเป็นฉากหลัง มีทั้งบ้านญี่ปุ่นเก่า เส้นทางเดินธรรมชาติ และศาลเจ้าภายใน ซึ่งในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นเมเปิลและแปะก๊วยในสวนจะเปลี่ยนสีทั่วบริเวณ ทำให้มุมของสวนญี่ปุ่นเก่าๆ กลายเป็นภาพที่ทั้งอบอุ่น คลาสสิก และสงบลึกซึ้ง

.
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00
พิกัด GPS : 31.6053° N, 130.5752° E
.
เที่ยวคิวชู | มัดรวมฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.) ❄️
❄️ จังหวัดฟูกุโอกะ (Fukuoka)
1. งานประดับไฟ Tenjin & Hakata ในช่วงฤดูหนาวย่าน Tenjin และ Hakata ซึ่งเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งของฟูกุโอกะ จะจัดแสดงงานประดับไฟสุดอลังการ ทั่วทั้งถนน สวนสาธารณะ และอาคารต่างๆ จะถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสีทอง–ขาวตระการตา สร้างบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ส่วนถนน Keyaki Dori ในย่าน Tenjin ก็ถือเป็นไฮไลต์เพราะเรียงรายด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ถูกห่มด้วยแสงไฟยาวสุดลูกหูลูกตา เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือจิบกาแฟชมบรรยากาศอบอุ่นในลมหนาว

.
เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 17:30 – 23:00 (ช่วง ธ.ค. – ต้น ม.ค.)
พิกัด GPS : 33.5893° N, 130.3985° E
.
❄️ จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki)
2. เทศกาลโคมไฟ Nagasaki Lantern Festival เทศกาลตรุษจีนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จัดขึ้นที่ไชน่าทาวน์นางาซากิและพื้นที่ใกล้เคียง กำเนิดจากชุมชนชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเมือง เทศกาลนี้เต็มไปด้วยโคมไฟสีแดงนับหมื่นดวง ประดับตามถนน ซุ้มประตู และแม่น้ำ พร้อมขบวนแห่ มังกรไฟ และการแสดงวัฒนธรรมจีน บรรยากาศทั้งเมืองจะอบอุ่นแบบจีน-ญี่ปุ่นผสมกันอย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งมุมฤดูหนาวที่แตกต่างจากที่อื่นในญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง

.
เวลาเปิด-ปิด : 17:00 – 22:00 (ช่วงตรุษจีน: ม.ค.–ก.พ.)
พิกัด GPS : 32.7430° N, 129.8756° E
.
❄️ จังหวัดซากะ (Saga)
3. ออนเซ็นอุเรชิโนะ (Ureshino Onsen) Ureshino เป็นเมืองออนเซ็นเล็กๆ ที่เงียบสงบ แต่ขึ้นชื่อเรื่อง “น้ำแร่ผิวนุ่ม” ที่มีแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิวให้เนียนลื่นจนได้รับฉายาว่า “ออนเซ็นเพื่อความงาม” เมืองนี้รายล้อมด้วยธรรมชาติ ป่าเขา และแม่น้ำ ช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกและลมหนาวเย็นจับใจ ยิ่งทำให้การแช่ออนเซ็นกลางแจ้งเป็นประสบการณ์สุดฟิน จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพักกายพักใจในเมืองสงบ มีทั้งเรียวกังดั้งเดิมและออนเซ็นสาธารณะให้เลือก

.
เวลาเปิด-ปิด : ออนเซ็นแต่ละแห่งเปิดต่างกัน (ส่วนใหญ่ 10:00 – 21:00)
พิกัด GPS : 33.1083° N, 129.9893° E
.
❄️ จังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto)
4. ปล่องภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso Crater) ภูเขาไฟอะโสะคือปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีเส้นทางขึ้นไปยังขอบปล่องเพื่อชมควันกำมะถันที่ยังคงลอยอยู่ในบางวัน ในฤดูหนาว หากโชคดีจะได้เห็นภูเขาอะโสะปกคลุมด้วยหิมะบางเบา กลายเป็นภาพลานภูเขาไฟสีขาวตัดกับควันอบอุ่นจากธรรมชาติ แม้บางวันจะปิดเนื่องจากก๊าซกำมะถันสูง แต่เมื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าถึง นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่คุณจะรู้สึกเหมือนได้มา “โลกอีกใบ” ของญี่ปุ่น

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00 (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและกิจกรรมภูเขาไฟ)
พิกัด GPS : 32.8842° N, 131.1041° E
.
❄️ จังหวัดโออิตะ (Oita)
5. เบปปุ & ยูฟุอิน ออนเซ็นในฤดูหนาว สองเมืองออนเซ็นชื่อดังที่สุดของคิวชูที่กลายเป็นเมืองในหมอกช่วงฤดูหนาว น้ำพุร้อนจะพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นเมือง ท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก มีออนเซ็นหลายแห่งที่ให้บริการกลางแจ้ง พร้อมวิวภูเขา และในบางที่มีวิวทะเลอีกด้วย และยูฟุอินจะสงบและหรูหรากว่า เหมาะกับคนที่อยากพักแบบช้าๆ ส่วนเบปปุคึกคักกว่า เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่น ดูน้ำแร่เดือดแบบ “นรกเบปปุ” และลองออนเซ็นหลายสไตล์

.
เวลาเปิด-ปิด : แต่ละออนเซ็น 10:00 – 22:00 โดยประมาณ
พิกัด GPS : ยูฟุอิน 33.2635° N, 131.3548° E / เบปปุ 33.2796° N, 131.4972° E
.
❄️ จังหวัดมิยาซากิ (Miyazaki)
6. ศาลเจ้าอาโอชิมะ (Aoshima Shrine) ศาลเจ้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางเกาะริมทะเล ใกล้เมืองมิยาซากิ เป็นจุดไหว้ขอพรเรื่องความรักและชีวิตคู่ โดยมีสะพานข้ามไปยังศาลเจ้า ความพิเศษในฤดูหนาวคือความเงียบสงบของทะเล และความนุ่มนวลของแสงยามเช้า โดยรอบเกาะยังมีหินรูปฟันปลาธรรมชาติ (Devil’s Washboard) ที่ถูกคลื่นกัดเซาะ และในบางวันจะมีนกอพยพมาเกาะพักในบริเวณใกล้เคียง เป็นภาพที่หาดูได้ยากในญี่ปุ่น

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา
พิกัด GPS : 31.7843° N, 131.4709° E
.
7. จุดดูนกอพยพ (Takahara Plain & Hitotsuba Coast) ทางชายฝั่งทะเลใกล้เมืองมิยาซากิ โดยเฉพาะโซนป่าริมทะเลและพื้นที่เกษตร จะเป็นจุดพักของนกอพยพจากไซบีเรียและจีนตอนเหนือในฤดูหนาว โดยเฉพาะนกกระเรียน, นกน้ำ และนกหายากอื่นๆ เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ ชอบถ่ายรูป หรืออยากหาประสบการณ์แบบ soft eco-tourism

.
พิกัด GPS : 31.8493° N, 131.4476° E
.
❄️ จังหวัดคาโกชิมะ (Kagoshima)
8. ออนเซ็นทรายร้อน Ibusuki คือเมืองออนเซ็นริมทะเลที่โด่งดังเรื่อง “ออนเซ็นทรายร้อน” ที่ให้ผู้มาเยือนได้ลงไปนอนในทรายที่อุ่นจากพลังใต้พิภพ จากนั้นพนักงานจะกลบตัวด้วยทรายร้อนอย่างเบามือ เป็นการขับของเสียและผ่อนคลายที่ไม่เหมือนใครในญี่ปุ่น โดยในฤดูหนาว การนอนแช่ทรายอุ่นๆ ข้างทะเล พร้อมเสียงคลื่นและลมเย็น ถือเป็นความสุขแบบที่หาไม่ได้ที่อื่นเลย

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 21:00 (หยุดวันพุธ)
พิกัด GPS : 31.2397° N, 130.6319° E
.
❄️ เกาะยาคุชิมะ (Yakushima Island)
9. ป่าโบราณ Yakusugi ในฤดูหนาว ยาคุชิมะคือเกาะมรดกโลกทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยป่าดึกดำบรรพ์ ต้นซีดาร์โบราณ (Yakusugi) ที่มีอายุกว่าพันปี และระบบนิเวศเฉพาะตัว ฤดูหนาวที่นี่อากาศหนาวชื้น หมอกลอยต่ำ และบางวันมีหิมะเบาๆ คลุมยอดไม้ใหญ่ เส้นทางเดินป่าหลายสาย เช่น Shiratani Unsuikyo จะสวยเป็นพิเศษในฤดูหนาว เพราะเห็นมอสส์เขียวสดตัดกับหมอกและหยาดน้ำแข็ง เหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายแฟนตาซี

.
เวลาเปิด-ปิด : เข้าป่าได้ตั้งแต่เช้า (6:00 – 16:00)
พิกัด GPS : 30.3586° N, 130.5189° E
.
เที่ยวคิวชู | มัดรวมฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.) 🌸
🌸 จังหวัดฟูกุโอกะ (Fukuoka)
1. สวนไมซุรุ (Maizuru Park) สวนไมซุรุตั้งอยู่ในบริเวณซากปราสาทฟูกุโอกะ ถือเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ภายในมีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้นเรียงรายทั่วสวน ผสมผสานกับซากกำแพงหินโบราณ สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุคและสงบงาม โดยในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน บริเวณนี้จะกลายเป็น “ทะเลซากุระ” เหมาะสำหรับการปิกนิกหรือเดินเล่นในสวน บรรยากาศสงบ เรียบง่าย แต่สวยสะกดใจแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิม

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา
พิกัด GPS : 33.5833° N, 130.3750° E
.
2. ริมแม่น้ำนะกะ (Naka River) แม่น้ำ Naka ไหลผ่านใจกลางเมืองฟูกุโอกะและย่านเทนจิน – ฮากาตะ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สองฝั่งแม่น้ำจะประดับด้วยต้นซากุระที่บานสะพรั่งเป็นแนวยาว สร้างทัศนียภาพที่โรแมนติกและเป็นธรรมชาติท่ามกลางความเป็นเมือง ที่นี่เหมาะกับการเดินเล่นช่วงเย็น หรือปั่นจักรยานชมวิวริมน้ำ ท่ามกลางแสงไฟเมืองและกลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิในสไตล์ Urban Nature

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา
พิกัด GP: 33.5891° N, 130.4037° E
.
🌸 จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki)
3. สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park) สวนสันติภาพสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูเมื่อปี 1945 มีรูปปั้นและสิ่งเตือนใจเกี่ยวกับสันติภาพมากมาย ภายในมีสวนต้นไม้กว้างขวาง และในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะเบ่งบานอย่างงดงามทั่วสวน เป็นภาพความงามที่ผสานกับความลึกซึ้งทางประวัติศาสตร์อย่างทรงพลัง ซากุระในสวนนี้มักจะบานพร้อมกับความหวังและความสงบ เป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกมากกว่าความสวยงาม

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา
พิกัด GPS : 32.7794° N, 129.8644° E
.
4. Huis Ten Bosch ธีมปาร์คสไตล์ดัตช์ที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปกลางท่ามกลางภูมิทัศน์ของคิวชู ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนดอกไม้ในพื้นที่จะเปลี่ยนเป็นลานสีชมพูจากซากุระ พร้อมด้วยทิวลิป ดอกไม้ยุโรปนานาพันธุ์ และกิจกรรมเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่เหมาะสำหรับสายถ่ายรูป ครอบครัว คู่รัก และคนที่อยากสัมผัส “ฤดูใบไม้ผลิในยุโรป… แต่ยังอยู่ในญี่ปุ่น”

.
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 21:00
พิกัด GPS : 33.0864° N, 129.7870° E
.
🌸 จังหวัดซากะ (Saga)
5. ปราสาทซากะ (Saga Castle Ruins) ซากะเคยเป็นเมืองปราสาทสำคัญในสมัยเอโดะ ปัจจุบันเหลือซากปราสาทที่ได้รับการอนุรักษ์ พร้อมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และอาคารไม้สมัยโบราณ ซากุระรอบกำแพงหินและทางเดินประวัติศาสตร์จะบานพร้อมกันในต้นเมษายน ที่นี่ให้ความรู้สึกสงบและขรึม เหมาะกับผู้ที่สนใจทั้งดอกไม้และประวัติศาสตร์.
เวลาเปิด-ปิด : 9:30 – 18:00 (พิพิธภัณฑ์)
พิกัด GPS : 33.2554° N, 130.3021° E
.
6. ทุ่งดอกนาโนะฮานะ (Canola Flowers – Ogi & Ureshino area) นาโนะฮานะ หรือดอกเรพซีด สีเหลืองสดใสจะบานพร้อมกันทั่วทุ่งทางตอนใต้ของซากะ โดยเฉพาะแถบเมือง Ogi และ Ureshino เป็นช่วงเวลาที่ท้องทุ่งถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดชื่นตัดกับท้องฟ้า ที่นี่เหมาะสำหรับสายถ่ายรูป หรือใครที่ต้องการพักใจจากความวุ่นวายด้วยภาพธรรมชาติแบบ Open Field

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา
พิกัด GPS : 33.1803° N, 130.0824° E
.
🌸 จังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto)
7. สวนปราสาทคุมาโมโตะและถนนซากุระ (Kumamoto Castle Garden) นอกจากปราสาทที่มีชื่อเสียงแล้ว ถนนรอบๆ ปราสาทยังถูกปลูกต้นซากุระไว้ทั้งสองฝั่ง ทำให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิกลายเป็น “ถนนซากุระ” ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง พร้อมกับบรรยากาศแบบขุนนางญี่ปุ่นโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ที่นี่เหมาะกับการเดินชมช้าๆ หรือถ่ายรูปแบบมุมกว้าง ตัวสวนรอบๆ ก็สวยมาก และไม่พลุกพล่านเหมือนใจกลางเมืองใหญ่

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00
พิกัด GPS : 32.8064° N, 130.7058° E
.
🌸 จังหวัดโออิตะ (Oita)
8. ยูฟุอินและเบปปุช่วงซากุระ ยูฟุอินและเบปปุไม่ได้มีดีแค่ออนเซ็น ในช่วงต้นเมษายนสองเมืองนี้จะมีต้นซากุระปลูกเรียงรายตามถนนและแม่น้ำ ภูเขาเบื้องหลังก็เปลี่ยนสีจากขาวหมอกเป็นสีเขียวอ่อน และแซมชมพูจากต้นซากุระตามเชิงเขา เสน่ห์ของที่นี่คือซากุระที่อยู่ร่วมกับวิถีชีวิตผู้คนอย่างเงียบสงบ และไม่ถูกจัดแต่งมากเกินไป เหมือนธรรมชาติบานในเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

.
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา
พิกัด GPS : 33.2635° N, 131.3548° E (ยูฟุอิน), 33.2796° N, 131.4972° E (เบปปุ)
.
🌸 จังหวัดมิยาซากิ (Miyazaki)
9. ศาลเจ้าอุโดะ (Udo Jingu) ศาลเจ้าตั้งอยู่ริมหน้าผา ติดทะเล ใกล้เมือง Nichinan เป็นศาลเจ้าสีแดงที่ตั้งอยู่ในถ้ำริมทะเล บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และโรแมนติกมาก ในฤดูใบไม้ผลิ บริเวณรอบๆ จะมีดอกซากุระและดอกไม้อื่นๆ บานตัดกับสีฟ้าของทะเลและสีแดงของศาลเจ้า เป็นภาพที่น่าจดจำ เหมาะกับการมาไหว้ขอพรเรื่องความรักและการเริ่มต้นใหม่ในฤดูแห่งการเปลี่ยนแปลง

.
เวลาเปิด-ปิด : 6:00 – 19:00
พิกัด GPS : 31.5839° N, 131.4474° E
.
10. สวนริมชายฝั่ง Nichinan ชายฝั่ง Nichinan มีเส้นทางขับรถที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของคิวชู มีทั้งหน้าผา โขดหิน ทะเลสีน้ำเงิน และพุ่มไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิจะมีพุ่มดอกไม้เล็กๆ สีชมพู-ขาวบานตามแนวหน้าผา ให้บรรยากาศทะเลฤดูใบไม้ผลิที่สดชื่น เหมาะสำหรับขับรถเที่ยว ถ่ายรูป และแวะตามจุดชมวิวต่างๆ เช่น Horikiri Pass

.
เวลาเปิด-ปิด : ตลอดเวลา
พิกัด GPS : 31.6554° N, 131.4726° E
.
🌸 จังหวัดคาโกชิมะ (Kagoshima)
11. รอบภูเขาซากุระจิมะ แม้ซากุระจิมะจะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ แต่รอบฐานภูเขาก็ถูกจัดเป็นสวนสาธารณะหลายแห่งที่ปลูกซากุระเรียงราย ในฤดูใบไม้ผลิคุณสามารถชมวิวภูเขาไฟพร้อมกับแนวซากุระที่บานเป็นพรมชมพูได้แบบพาโนรามา เหมาะสำหรับการขับรถรอบเกาะ หรือปั่นจักรยานชมซากุระและธรรมชาติแบบ raw & wild

.
เวลาเปิด-ปิด : ตลอดเวลา
พิกัด GPS : 31.5931° N, 130.6580° E
.
🌸 เกาะอื่นๆ รอบคิวชู
12. ทุ่งดอกไม้และเส้นทางธรรมชาติ (Yakushima, Amakusa)
➡️ Yakushima เกาะมรดกโลกที่มีป่าดึกดำบรรพ์ ช่วงฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าหายาก ท่ามกลางต้นซีดาร์โบราณ
➡️ Amakusa เส้นทางธรรมชาติชายทะเล ที่มีทั้งดอกซากุระป่าและดอกหญ้าบานแทรกอยู่บนเส้นทางปีนเขา
ทั้งสองเกาะเหมาะกับสายรักธรรมชาติจริงจัง ที่อยากหลีกหนีความพลุกพล่าน มาสัมผัสฤดูใบไม้ผลิแบบเงียบ ลึก และสด
Yakushima GPS : 30.3586° N, 130.5189° E
Amakusa GPS : 32.4527° N, 130.1936° E
.
เที่ยวคิวชู | มัดรวมฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) ☀️
☀️ จังหวัดฟูกุโอกะ (Fukuoka)
1. หาด Itoshima เป็นชายฝั่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพราะสามารถเดินทางจากใจกลางเมืองฟูกุโอกะได้ภายใน 1 ชั่วโมง หาดทรายขาว น้ำทะเลใส และวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงามดึงดูดให้คนมาเล่นน้ำ พาย SUP และพักผ่อนในคาเฟ่ริมทะเลสุดฮิป ฤดูร้อนคือช่วงเวลาที่ Itoshima คึกคักที่สุด ร้านค้าเล็กๆ และร้านอาหารทะเลจะเปิดต้อนรับผู้คนเต็มที่ เป็นจุดหลบแดดร้อนในเมืองได้อย่างสบายใจ

.
เวลาเปิด-ปิด : ตลอดวัน (คาเฟ่/กิจกรรม: ประมาณ 10:00–18:00)
พิกัด GPS : 33.5867° N, 130.1640° E
.
2. เทศกาล Hakata Gion Yamakasa เทศกาลประจำฤดูร้อนของฟูกุโอกะ จัดขึ้นในช่วงต้นถึงกลางเดือนกรกฎาคม เป็นเทศกาลที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี โดยจะมีขบวนชายฉกรรจ์วิ่งแบกหอคอยไม้ขนาดใหญ่ (ยามาคาสะ) ไปตามถนนในย่านฮากาตะ เป็นหนึ่งในภาพจำฤดูร้อนของญี่ปุ่น เสียงเชียร์ เสียงกลอง และการแสดงพลังร่วมกันของชุมชนทำให้เทศกาลนี้เต็มไปด้วยพลัง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเข้มข้น

.
เวลา : ช่วง 1–15 กรกฎาคม (ขบวนใหญ่วันที่ 15 เวลา 04:59)
พิกัด GPS : 33.5914° N, 130.4193° E (Kushida Shrine จุดหลัก)
.
☀️ จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki)
3. เกาะฮาชิมะ (Hashima/Gunkanjima) ฮาชิมะ หรือ “เกาะเรือรบ” เคยเป็นเกาะเหมืองถ่านหินที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก ก่อนจะถูกทิ้งร้างในยุค 70 ปัจจุบันเปิดให้ทัวร์เที่ยวชมแบบจำกัด เป็นสถานที่ที่ผสมระหว่างประวัติศาสตร์ อุตสาหกรรม และภาพลึกลับจากซากตึกเก่า ฤดูร้อนเหมาะกับการล่องเรือไปชม เพราะฟ้าเปิด ทะเลใส เห็นภาพเกาะเต็มตา บรรยากาศเหมือนหนังไซไฟผสมประวัติศาสตร์

.
เวลาเปิด-ปิด : ทัวร์เรือประมาณ 9:00–16:00 (ขึ้นอยู่กับคลื่นลม)
พิกัด GPS : 32.6278° N, 129.7380° E
.
4. เทศกาลดอกไม้ไฟนางาซากิ ในฤดูร้อนจะมีเทศกาลดอกไม้ไฟริมอ่าว หรือในบริเวณเมืองเก่า เช่น สวน Glover หรือริมฝั่ง Dejima ดอกไม้ไฟหลายพันลูกจะถูกจุดขึ้นสู่ฟ้า สะท้อนกับผิวน้ำและแสงไฟเมือง สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่สุดของฤดู

.
เวลา : ช่วงกลาง–ปลาย ก.ค. / ต้น ส.ค. (วันที่เปลี่ยนทุกปี)
พิกัด GPS : 32.7485° N, 129.8737° E
.
☀️ จังหวัดซากะ (Saga)
5. ปราสาทริมทะเล Karatsu (Karatsu Castle) ตั้งอยู่ริมทะเลคารัตสึ มองเห็นวิวอ่าวสวยงาม ปราสาทนี้ดูคล้ายนกกระเรียนบนหน้าผา ฤดูร้อนคือช่วงที่เหมาะกับการชมวิวทะเลและภูเขาเขียวจากหอคอยปราสาท หรือเดินเล่นที่ชายหาดใกล้ๆ โดยในบริเวณยังมีการเล่นกิจกรรมทางน้ำ เช่น เจ็ตสกี พายเรือ หรือดำน้ำตื้นเล็กๆ เหมาะกับครอบครัวและคนรักทะเล

.
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00
พิกัด GPS : 33.4515° N, 129.9680° E
.
☀️ จังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto)
6. น้ำตก Nabegataki น้ำตกที่เหมือนม่านน้ำ สามารถเดินลอดเข้าไปข้างหลังได้ ช่วงฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพธรรมชาติแบบใกล้ชิดมากๆ เสียงน้ำตก กลิ่นมอสส์ และแสงที่ลอดผ่านม่านน้ำเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเย็นทั้งสวยแบบมหัศจรรย์ เหมาะกับทุกวัย

.
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:00 (เข้าได้ถึง 16:30)
พิกัด GPS : 33.1120° N, 131.0164° E
.
7. ล่องแพแม่น้ำ Kuma แม่น้ำคุมะในตอนใต้ของคุมาโมโตะคือหนึ่งในแม่น้ำที่เหมาะแก่การล่องแพมากที่สุดของญี่ปุ่น ระดับกระแสน้ำพอเหมาะ สนุกแต่ไม่อันตรายมาก มีทั้งแพไม้แบบดั้งเดิมและแพยาง จึงเหมาะกับกลุ่มเพื่อน นักเดินทางสาย adventure ที่อยากคลายร้อนแบบตื่นเต้น

.
เวลาเปิด-ปิด : ขึ้นอยู่กับบริษัททัวร์ (ส่วนใหญ่เริ่มรอบ 9:00 / 13:00)
พิกัด GPS : 32.2186° N, 130.7500° E
.
☀️ จังหวัดโออิตะ (Oita)
8. บ่อน้ำร้อนนรก (Jigoku Meguri) แม้จะร้อน แต่นรกเบปปุ (Beppu Hell Tour) ยังคงน่าสนใจในฤดูร้อน เพราะเป็นแหล่งพลังงานจากใต้พิภพที่ตื่นตา น้ำสีฟ้าแดง เหลือง เขียว เดือดพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินไม่หยุด โดยบางบ่อมีไข่ออนเซ็นขาย บางแห่งให้แช่เท้า พร้อมการจัดสวนรอบบ่ออย่างลงตัว

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00
พิกัด GPS : 33.3064° N, 131.4916° E
.
9. เดินเขา Kuju เทือกเขา Kuju เป็นเส้นทางเดินป่าเขียวขจีในฤดูร้อน มีลานดอกไม้ เส้นทางธรรมชาติ และอากาศเย็นบนยอดเขา แม้จะเป็นหน้าร้อน แต่ความชื้นของป่าและสายลมสูงทำให้อากาศกำลังดี เหมาะกับนักเดินเขาทั้งมือใหม่และมือโปร ที่อยากหลบอากาศร้อนในเมือง

.
เวลาเปิด-ปิด : ตลอดวัน (แนะนำเริ่มปีนเช้า)
พิกัด GPS : 33.1034° N, 131.2440° E
.
☀️ จังหวัดมิยาซากิ (Miyazaki)
10. ชายหาด Aoshima ชายหาดขาว น้ำใส และคลื่นนิ่ง เหมาะกับนักเล่นเซิร์ฟมือใหม่หรือคนที่อยากพักผ่อนกลางแดด Aoshima ยังมีเกาะที่เดินไปถึงได้ตอนน้ำลง พร้อมศาลเจ้าเล็กๆ ให้เดินเล่น บรรยากาศเหมือนโอกินาวา แต่เดินทางง่ายกว่า และไม่พลุกพล่าน

.
เวลาเปิด-ปิด : ตลอดวัน (บริการบางอย่างเริ่ม 9:00)
พิกัด GPS : 31.7843° N, 131.4709° E
.
☀️ จังหวัดคาโกชิมะ (Kagoshima)
11. ปีนภูเขาไฟซากุระจิมะ ในฤดูร้อน ทางเดินขึ้นภูเขาซากุระจิมะหลายเส้นจะเปิดให้นักท่องเที่ยวปีนไปชมวิวของอ่าวคาโกชิมะ และควันจากปล่องภูเขาไฟ แม้จะเป็นภูเขาไฟที่ยัง active แต่เส้นทางปลอดภัย เป็นประสบการณ์การปีนเขาที่ดิบ เถื่อน และทรงพลัง เหมาะกับสายผจญภัย

.
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 – 17:00
พิกัด GPS : 31.5931° N, 130.6580° E
.
12. เที่ยวเกาะทาเนงะชิมะ / ยาคุชิมะ
➡️ ทาเนงะชิมะ (Tanegashima) เกาะแห่งอวกาศ มีศูนย์ปล่อยจรวด Tanegashima Space Center พร้อมชายหาดงามๆ เหมาะกับสายถ่ายภาพ / เที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์
➡️ ยาคุชิมะ (Yakushima) ป่าดึกดำบรรพ์ที่เปียกชื้น สดชื่น และเย็นในฤดูร้อน เหมาะกับการเดินป่าในธรรมชาติแท้ๆ
พิกัด GPS (Tanegashima) 30.3970° N, 130.9580° E
พิกัด GPS (Yakushima) 30.3586° N, 130.5189° E
.
☀️ เกาะอื่นๆ รอบคิวชู
13. ดำน้ำ ดูปะการัง พักรีสอร์ตธรรมชาติ (Amakusa Islands) หมู่เกาะอามาคุสะในจังหวัดคุมาโมโตะมีทะเลใส หาดทรายละเอียด และปะการังน้ำตื้น เหมาะกับการดำน้ำ พายเรือคายัค และพักผ่อนในรีสอร์ตเล็กๆ ที่เงียบสงบ เหมาะกับการหนีแดดเมืองใหญ่มาใช้ชีวิตแบบ Slow Life ท่ามกลางทะเล
พิกัด GPS : 32.4527° N, 130.1936° E
.
คิวชู คือดินแดนทางตอนใต้ของญี่ปุ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์หลากมิติ ทั้งธรรมชาติอันงดงาม เมืองเก่าที่มีชีวิตชีวา อาหารท้องถิ่นรสเลิศ ไปจนถึงวัฒนธรรมอันลึกซึ้งที่หล่อหลอมจากทั้งตะวันตกและตะวันออก ภูมิภาคนี้ครอบคลุม 7 จังหวัดหลักและอีกหลายเกาะรายรอบ ซึ่งแต่ละแห่งต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นออนเซ็นกลางภูเขาไฟ ซากุระริมทะเล เมืองอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงเป็นศูนย์ศิลปะ หรือหุบเขาลับที่รอให้เราเข้าไปค้นพบ คิวชูจึงเป็นมากกว่าจุดหมายปลายทาง แต่คือการเดินทางผ่านฤดูกาลและเรื่องราวของญี่ปุ่นในอีกมุมที่ยังไม่ถูกเล่าจนหมด
เที่ยวคิวชู ซึ่งไม่ว่าคุณจะชอบธรรมชาติที่สงบ วัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง หรือการผจญภัยที่แปลกใหม่ คิวชูก็พร้อมต้อนรับคุณด้วยรอยยิ้มและประสบการณ์ที่ยากจะลืม ลองให้โอกาสตัวเองออกเดินทางสู่ดินแดนปลายฟ้าแห่งนี้ แล้วคุณจะรู้ว่า… ญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร อาจเริ่มต้นขึ้นตรงที่คิวชูนี่เองครับ
>> เที่ยวโอซาก้า เกียวโต นารา คลิก
ชอบบทความและสนันสนุนให้กำลังใจเราชาวเอสพี ทำไงดีนะ…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบทความดีๆบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook https://facebook.com/spregaltravel/
“เรามุ่งมั่นที่จะทำทัวร์ท่องเที่ยวให้แตกต่างจากทั่วไป สถานที่ที่คุณจะได้ไปนั้นนอกจากจะได้ท่องเที่ยวพักผ่อนไปกับเราแล้วเรายังเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้กับคุณอีกด้วย กับแผนการเดินทางที่แตกต่างและไม่จำเจเหมือนกับทั่วๆไป อีกทั้งคุณยังได้รับการดูแลและมีบริการที่แตกต่าง ให้คุณเปรียบเสมือนคนพิเศษ ให้ได้รู้สึกสัมผัสการไปเที่ยวไม่เหมือนใคร และจะประทับใจแบบไม่มีทางลืมได้เลย..” คุณสามารถติดต่อหาเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้เพื่อเลือกเคมเปญที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ
💬 ติดต่อเราได้เลย!

Comment (0)